Skip to main content

facebook search

หลักธรรม หลักฐานพุทธศาสนา รอยลูกปัด หลักฐานสุวรรณภูมิ ถิ่นธรรมเมืองนคร และ เที่ยวมีเรื่องกับหมอบัญชา
25 October 2025

20251022_1 #ร้อยเรื่องรักวลัยลักษณ์_8 #กว่าจะได้วางศิลาฤกษ์แห่งวลัยลักษณ์ #OnBelovedWalailak_8 #TheFoundationStoneOfWalailakUniversity

#ร้อยเรื่องรักวลัยลักษณ์_8 #กว่าจะได้วางศิลาฤกษ์แห่งวลัยลักษณ์

#OnBelovedWalailak_8 #TheFoundationStoneOfWalailakUniversity

(20251022_1 bunchar.com เพื่อแผ่นดินเกิด)

ตรงนี้ครับที่ทูลเชิญเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์เสด็จมาวาง #ศิลาฤกษ์ของมหาวิทยาลัย

ตอนนี้ทางมหาวิทยาลัยกำลังปรับปรุงใหญ่ #ศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา

เพื่อให้เป็นฐานสำคัญของการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่อง

ทราบมาว่าจะมีการปรับปรุงบริเวณนี้อีกหลายอย่างที่น่าสนใจ

โดยยังจะมีการจำลองแท่นฐานศิลาฤกษ์ที่อยู่ใต้เสาหลักนี้ ออกมาวางไว้ให้ปรากฏอย่างเด่นชัดด้วยครับ

ผมจำวันนั้นได้ที่พวกเราพยายามกันมากว่าต้องให้เป็นมิ่งมงคลฤกษ์ของมหาวิทยาลัยให้จงได้

หนึ่ง เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ท่านเสด็จมาด้วยพระองค์เองในฐานะผู้แทนพระองค์

สอง ตำแหน่งวางศิลาฤกษ์ควรเหมาะสมต่อความเป็นมหาวิทยาลัย

สาม จังหวะเวลาและวันเสด็จ ก็หากเป็นไปได้ก็น่าจะให้เป็นมงคลด้วย

สี่ กระบวนการและพิธีการต่าง ๆ ควรลุล่วงลงด้วยดี

ข้อที่ ๑) นั้น ท่านอาจารย์วิจิตร รับธุระเนื่องจากถวายงานพระองค์ท่านอยู่หลายอย่าง

ข้อที่ ๒) หลังปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่าหัวใจของมหาวิทยาลัยควรอยู่ที่ขุมปัญญา คือ #ห้องสมุดแห่งมหาวิทยาลัย

ที่วลัยลักษณ์รวมบริการประสานภารกิจ ออกมาเรียกว่าศูนย์บรรณสารและสื่อการศึกษา

โดยข้อเสนอให้ใช้อาคารบริหาร หรืออาคารเรียนหลักนั้น เมื่อใคร่ครวญแล้วทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันว่าคือที่นี่

ข้อที่ ๓) จังหวะและวันเวลาไหน ที่จะเหมาะ

โดยทั่วไปแล้วการวางศิลาฤกษ์มักจะวางกันเมื่อได้ผังพื้นที่พร้อมก่อสร้างแล้วหาฤกษ์วันและเวลา

สำหรับที่นครตอนนั้น เนื่องจากเรื่องการจัดการพื้นที่ก่อสร้างยังไม่จบสิ้นทั้งหมด

แถมในบริเวณที่จะก่อสร้างเป็นพื้นที่หลักก็ยังมีชาวบ้านที่ยังขัดข้อง

ขณะเดียวกันชาวนครตลอดจนคนทั่วไปก็ยังข้องใจว่ามหาวิทยาลัยจะได้สร้างที่นครตรงท่าศาลาจริงไหม

ทั้งนี้หลายโครงการใหญ่ ๆ มักไม่สามารถลงที่นครได้ เนื่องจากความคิดเห็นที่แตกต่างและขัดแย้งกันสารพัด

จนลงท้าย หลายโครงการจึงยกย้ายไปยังจังหวัดอื่นที่เขาตกลงกันได้

สำหรับวลัยลักษณ์นั้น ลองดูจังหวะเวลาตามนี้กันนะครับ

๒๐ สิงหาคม ๒๕๓๔ ครม. (นายอานันท์ ปันยารชุน นายกรัฐมนตรี) มีมติอนุมัติโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และเห็นชอบในหลักการตามร่าง พรบ.มหาวิทยาลัย ... พ.ศ.๒๕๓๕ พร้อมทั้งให้นำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาเพื่อขอพระราชทานนามมหาวิทยาลัยเป็น มหาวิทยาลัยจุฬาภรณ์

๒๗ ธันวาคม ๒๕๓๔ กระทรวงมหาดไทยมีหนังสือถึงจังหวัดนครศรีธรรมราช อนุมัติในหลักการให้ทบวงมหาวิทยาลัยใช้ที่ดินสาธารณประโยชน์ในเขตตำบลไทยบุรี ตำบลโพธิ์ทองและตำบลหัวตะพาน อำเภอท่าศาลา เป็นที่ตั้งมหาวิทยาลัย

๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯลฯ พระราชทานนามว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

๑๓ มีนาคม ๒๕๓๕ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ มีมติให้ความเห็นชอบ พรบ.มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พ.ศ.๒๕๓๕

๒๙ มีนาคม ๒๕๓๕ พระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธยพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ พ.ศ.๒๕๓๕

๗ เมษายน ๒๕๓๕ ประกาศ พรบ.ในราชกิจจานุเบกษา

๘ เมษายน ๒๕๓๕ พรบ.มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มีผลบังคับใช้

(มหาวิทยาลัยถือเอาวันลงพระปรมาภิไธยเป็นวันสถาปนามหาวิทยาลัย)

๑ กันยายน ๒๕๓๕ รับบรรจุพนักงานคนแรกของมหาวิทยาลัย (นายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช) สายวิชาการ สังกัดสำนักวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ พร้อมกับให้ทำหน้าที่ประสานงานต่าง ๆ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช

๘ เมษายน ๒๕๓๖ มีพระราชทานพระอนุญาตให้อัญเชิญอักษรย่อ คือพระนาม จภ เป็นตราประจำมหาวิทยาลัย

๒๙ เมษายน ๒๕๓๖ ลงนามสัญญาว่าจ้างกลุ่มบริษัท เนชั่นแนล เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนส์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาออกแบบผังแม่บทของมหาวิทยาลัย

๒๔ มิถุนายน ๒๕๓๖ จัดตั้งสำนักงานอธิการบดีและหน่วยประสานงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ณ อาคารทบวงมหาวิทยาลัย ถนนศรีอยุธยา กทม.

๑๑ กรกฎาคม ๒๕๓๖ สภามหาวิทยาลัย (ศาสตราจารย์เกษม สุวรรณกุล นายกสภาฯ) ในการประชุมครั้งที่ ๑/๒๕๓๕ มีมติแต่งตั้งศาสตราจารย์ ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน ดำรงตำแหน่งรักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์

๒๕ กรกฎาคม ๒๕๓๖ เปิดสำนักงานศูนย์ประสานงานมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ณ หอจดหมายเหตุนายกรัฐมนตรี พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ สนามหน้าเมือง เมืองนครศรีธรรมราช

๓ ธันวาคม ๒๕๓๖ ลงนามในสัญญาว่าจ้างกลุ่มบริษัท สำนักงานโฟร์เอส จำกัด เป็นผู้ออกแบบอาคารของมหาวิทยาลัย

๒๗ มกราคม ๒๕๓๗ คณะกรรมการประสานงานการแก้ไขปัญหาบุกรุกที่ดินของรัฐส่วนกลาง (กปร.ส่วนกลาง) มีมติให้นำที่ดินสาธารณประโยชณ์ในเขตอำเภอท่าศาลาส่วนหนึ่ง จำนวน ๓,๖๐๐ ไร่ มาจัดสรรให้ราษฎรที่ได้รับผลกระทบด้านที่ทำกินและด้านที่อยู่อาศัยจากการจัดตั้งมหาวิทยาลัย จำนวนครัวเรือนละ ๕ ไร่ โดยวิธีการปฏิรูปที่ดิน (โดยต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกาให้เป็นพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ.๒๕๓๙) โดยชุมชนที่จัดตั้งใหม่ได้รับการตั้งชื่อว่า ชุมชนสาธิตวลัยลักษณ์พัฒนา

๑๑ พฤษภาคม ๒๕๓๗ ลงนามในสัญญาว่าจ้างกลุ่มบริษัท โปร เอ็น คอนซัลแตนส์ แอนด์ เมเนจเม้นท์ จำกัด เป็นที่ปรึกษาออกแบบภูมิสถาปัตย์และระบบสาธารณูปโภค

๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘ ครม. (นายชวน หลีกภัย นายกรัฐมนตรี) อนุมัติวงเงินงบประมาณผูกพันต่อเนื่องเพื่อก่อสร้างอาคารมหาวิทยาลัย ๑๓๕ หลัง

๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๓๘ จัดพิธีลงนามในสัญญาก่อสร้างอาคารมหาวิทยาลัย กับบริษัท ช.การช่าง จำกัด (มหาชน)

๑๕ มีนาคม ๒๕๓๙ ลงนามในสัญญาก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคและภูมิสถาปัตย์ กับห้างหุ้นส่วนจำกัด พระหมประทานก่อสร้าง จำกัด

๒๙ มีนาคม ๒๕๓๙ เสด็จพระดำเนินวางศิลาฤกษ์ ระหว่างเวลา ๑๕.๒๙ - ๑๕.๕๙ น.

โดยผมนั้น มุ่งเร่งรัดให้ได้มีพิธีวางศิลาฤกษ์ให้เร็วที่สุดเพื่อสร้างความมั่นใจต่อโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยในจังหวัดนครศรีธรรมราช

แต่เมื่อพิจารณาเหตุผลประกอบต่าง ๆ แล้ว ที่ประชุมเห็นควรให้ทูลเชิญเสด็จเมื่อเริ่มทำการก่อสร้างแล้วระยะหนึ่ง โดยเฉพาะอาคารหลักที่จะเป็นที่ประดิษฐานศิลาฤกษ์

ระหว่างนั้นจึงทำงานหลักสี่ห้าอย่าง

หนึ่ง ประสานการนำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อให้โครงการได้รับการพิจารณาอนุมัติ ส่วนใหญ่ทางสำนักงานฯ ที่ทบวงมหาวิทยาลัยเป็นหลัก โดย อ.วันชัย ศิริชนะ ดร.สุเมธ แย้มนุ่น และ คุณราชัย อัศเวสน์

สอง ประสานการหาผู้สำรวจออกแบบ จนสามารถหาผู้รับจ้าง ตลอดจนทำหน้าที่เป็นผู้กำกับตรวจสอบการจ้างจ่าง ๆ ให้เรียบร้อย

สาม ประสานจัดการการจัดการพื้นที่เพื่อทำการก่อสร้าง ให้สามารถทำการก่อสร้างได้ตามแผน

สี่ ประสานกับส่วนราชการ การเมือง เอกชน บุคคลต่าง ๆ โดยเฉพาะสื่อมวลชนในจังหวัดนครศรีธรรมราช และพี่น้องในท่าศาลา เพื่อรับทราบความคืบหน้าตลอดจนการมีส่วนร่วมในการคลี่คลายปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ

ห้า ประสานจัดการดูแลพี่น้องชาวบ้านที่ต้องเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่ตั้งมหาวิทยาลัยให้ได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้

ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้า เสด็จในวันครบรอบการสถาปนามหาวิทยาลัยปีที่ ๔ พอดีด้วย

โดยรับประทานฤกษ์จากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก

ข้อ ๔) ว่าด้วยพิธีการและกระบวนการต่าง ๆ ส่วนมากเป็นไปตามกระบวนพิธีของสำนักพระราชวัง และทางราชการจังหวัดประสานจัดการ มีเพียงเรื่องพื้นที่และผู้คนทั้งในนครและท่าศาลาที่ล้วนต้องการเข้าเฝ้า กับยังมีพี่น้องที่ยังขัดข้องต้องการกราบทูลร้องทุกข์ ซึ่งสามารถประสานจัดการได้โดยเรียบร้อย มีช่องทางการรับเรื่องร้องทุกข์และพิธีการต่าง ๆ ผ่านไปด้วยดีโดยตลอด

นับเป็นการปักวางศิลาฤกษ์ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ที่สำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของมหาวิทยาลัยครับ

ขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมกันมาแต่ครั้งโน้นจนแม้ทุกวันนี้ที่จะร่วมกันรักษาดูแลและพัฒนาสถานที่ประดิษฐานแผ่นศิลาฤกษ์นี้ต่อไป ในฐานะ "อาคารนี้เป็นศูนย์กลางสำคัญของการจัดการศึกษา เป็นขุมปัญญาที่เปรียบเสมือนหัวใจในการศึกษาของมหาวิทยาลัย อันจะเป็นนิมิตหมายอันดีว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้จะชูความเป็นเลิศทางวิชาการ เป็นศักดิ์เป็นศรีแห่งภูมิภาคและกระจายโอกาสทางการศึกษาให้กับคนในภูมิภาคแห่งนี้สืบไป" ตามที่ระบุไว้ในหนังสือ ๑๒ นักษัตรครึ่ง : ๑๘ ปี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (น.๘๗)

๒๒ ตุลา ๖๘ ๑๑๐๐ น.

บ้านบวรรัตน์ ท่าวัง เมืองนคร

https://www.facebook.com/photo/?fbid=1935441230684323&set=pcb.1935485054013274