20260728_5 #เที่ยวนครให้ครบเครื่องเรื่องเมืองนคร TourAroundNakornOnNakorn
#เที่ยวนครให้ครบเครื่องเรื่องเมืองนคร
TourAroundNakornOnNakorn
(20260728_5 เพื่อแผ่นดินเกิด)
คิดกันมาพักใหญ่ว่าถ้า #พระธาตุนครได้มรดกโลก แล้ว
คนน่าจะมานครกันมากขึ้น
ทำอย่างไรให้เขาได้เที่ยวกันเองได้แบบได้เรื่อง
เกิดความรู้ความเข้าใจ
ที่ถูกถ้วนตามสมควรและสมค่าที่มานครที่มีเรื่องมาก
ประกอบกับทาง ททท.สำนักงานนครศรีธรรมราช : TAT Nakhon Si Thammarat Office ก็บอกว่าเอาด้วย
นายฟิวส์ พชร ทองนอก อาสาจะถ่ายทำเป็นคลิปสารคดีที่ดีและน่าดูออกมาเป็นชุด ๆ
เพื่อให้คนมาเที่ยวหรือคนพาเที่ยวได้เอาไปใช้กันได้สะดวก ๆ
กะไว้ว่าจะประเดิมสัก ๓ ชุด
๑) #รู้จักเมืองนครจากแต่ก่อนถึงตอนนี้
๒) #ตามรอยพระเจ้าตากที่เมืองนคร
๓) #เยี่ยมบ้านงามในเมืองนคร
นายหัว ปิติ ระวังวงศ์ ค้นคว้าต้นเรื่องให้มาพักใหญ่แล้ว
วันนี้ก็เลยลุยเรียบเรียงเค้าโครงเรื่องชุดแรกได้ตามนี้
มีแวะไปดูนี้แห่งเดียวอีกที ใครรู้ไหมครับว่านี้ที่ไหน ใน ๘ ที่ชุดแรกนี้ครับ
สำหรับ ๘ ที่นี้ใครยังไม่เคยไป หรือไปแล้วยังไม่ได้เรื่องจุใจยังมีไหมครับ
หากมี ถ้าจะจัดพาไปเที่ยวกันจะมีใครสนใจไหมครับผม ...
ถ้าไงลองอ่านตามร่างเค้าโครงนี้กันก่อนนะครับผม
เที่ยวนครให้ครบเครื่องเรื่องเมืองนคร
๑. #ก่อนจะเป็นมหานครแห่งศรีธรรมราชา จากยุคหินจนถึงงานชิ้นเยี่ยมแห่งเมืองนคร – ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินครศรีธรรมราช
ตั้งอยู่ในเมืองพระเวียง ที่เคยเป็นเมืองนครเก่าในสมัยสุโขทัย (ศรีวิชัย)แสดงนานาโบราณศิลปวัตถุที่ชี้ให้เห็นพัฒนาการของนครศรีธรรมราชผ่านยุคหินใหม่และยุคสำริดโดยมีการค้นพบขวานหิน เครื่องใช้ดินเผาและสำริดตลอดจนลูกปัดและกลองมโหระทึก จนเข้าสู่สมัยแรกเริ่มประวัติศาสตร์ผ่านการค้าข้ามคาบสมุทร มีจารึกโบราณพันปีและรูปเคารพในศาสนาพราหมณ์ ฮินดู ทั้งรูปพระศิวะนาฏราช ต้นแบบแห่งการร่ายรำ ศิวลึงค์ โดยเฉพาะศิวลึงค์ทองคำ พระวิษณุแบบที่เก่าที่สุดที่พบในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พระแม่อุมาในท่วงท่าตริภังค์แสนงดงาม พระพิฆเนศวร์ จนถึงนานาพระพุทธรูปและพระพิมพ์องค์สำคัญ ตั้งแต่พระพุทธรูปสมัยอมราวดีที่พบในภาคใต้ พระโพธิสัตว์ พระพิมพ์ดินสมัยศรีวิชัยบรรจุหัวใจพระพุทธศาสนาทั้งอริยสัจสี่และคาถาเยธัมมาฯ กระทั่งธรรมจักรดินเผาและพระพุทธสิหิงค์
จนกระทั่งการก่อเกิดเป็นตามพรลิงครัฐและศรีธรรมราชมหานคร มีระบบเป็นเมือง ๑๒ นักษัตรรายล้อมตลอดคาบสมุทรไทย-มลายู สร้างสรรค์งานหัตถศิลป์ชั้นเยี่ยมไว้ในแผ่นดิน อาทิ ผ้ายกนครที่ถือเป็นเครื่องประกอบยศของขุนนางชั้นสูงแห่งสยาม เครื่องถมนครที่ทุกวันนี้ยังคงใช้เป็นเครื่องราชบรรณาการสำคัญของรัฐ รวมทั้งยังเป็นพระที่นั่งสำคัญของพระมหากษัตริย์ไทยสืบมา และเครื่องจักสานย่านลิเพาที่กำลังได้รับการยกระดับขยายผลเป็นอีกที่สุดแห่งหัตถกรรมสยามโดยโครงการศิลปาชีพ
ยิ่งกว่านั้น ยังมีอีกสองส่วนแสดงสำคัญ ว่าด้วยวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ปูชนียสถานหนึ่งเดียวของชาติที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกล่าสุด และ ห้องแสดงเครื่องปั้นดินเผาที่พบจากงานการขุดค้นทางโบราณคดีในนครศรีธรรมราช ที่แสดงถึงการเป็นชุมทางการค้าขายสำคัญมาแต่โบราณกาล
๒. #คือเมืองนครวันนี้ – พิพิธภัณฑ์เมืองนครศรีธรรมราชและสวนสาธารณะทุ่งท่าลาดกับพุทธภูมิ
หนึ่งในพิพิธภัณฑ์เมืองต้นแบบของประเทศไทยได้รับหลายรางวัลระดับชาติ ที่ให้ข้อมูลความรู้ของเมืองตั้งแต่ประวัติศาสตร์ความเป็นมาก่อนประวัติศาสตร์ผ่านสมัยสุโขทัย อยุธยา จนร่วมสมัยปัจจุบัน ให้เห็นความสัมพันธ์ของผู้คนในเมือง ทั้งพราหมณ์ พุทธ อิสลาม คริสต์ และผู้คนจากต่างแดน ลังกา อินเดีย จีน ญี่ปุ่น เปอร์เซียและฝรั่งตะวันตก จนถึงอาหารการกิน ประเพณีและหัตถกรรมท้องถิ่น รวมทั้งบุคคลและเหตุการณ์สำคัญของบ้านเมือง โดยเฉพาะครั้งสงครามมหาเอเชียบูรพา - สงครามโลกครั้งที่ ๒ ที่ถูกญี่ปุ่นบุก ครั้งมหาวาตภัยแหลมตะลุมพุกที่ก่อเกิดมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ รวมทั้งการเกิดปรากฏการณ์จตุคามรามเทพ การฟื้นฟูประเพณีแห่นางดานโล้ชิงช้าที่เทวสถาน การริเริ่มงานพุทธชยันตี ๒๖๐๐ ปีแห่งการตรัสรู้ แห่ผ้าขึ้นธาตุนานาชาติที่เมืองนคร
จัดแสดงใน ๓ อาคารใหญ่ มีศิลาจารึกหลักสำคัญของเมืองนครจำลองจัดแสดงไว้ด้วย ใกล้กันมีพุทธภูมิและสวนสัตว์ ในบริเวณสวนสาธารณะสมเด็จพระศรีนครินทร์ ๘๔ (ทุ่งท่าลาด)
๓. #กลางอุทยานแห่งสรีธัมมราชสมัยสุโขทัยที่วัดสวนหลวง - เจ้าลาวทอง คัมภีร์พุทธวงศ์ และ ปูนปั้นออกมหาภิเนษกรมณ์ของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
วัดโบราณที่สืบมาแต่ครั้งสุโขทัยและอยุธยาในบริเวณที่สันนิษฐานว่าเคยเป็นราชอุทยานของกษัตริย์แห่งเมืองนครก่อนการผนวกรวมเข้ารัฐไทยในสมัยสุโขทัย-อยุธยา มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น โดยเฉพาะตะเคียนและบุนนากขนาดใหญ่ ใจกลางวัดมีอุโบสถสวยมีลักษณะสืบมาจากสมัยอยุธยา ประดับตกแต่งด้วยปูนปั้นฝีมือช่างท้องถิ่นที่งดงาม มีเสน่ห์และเนื้อหาการบูชาพระพุทธบาทรวมทั้งการเสด็จลงจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ที่สำคัญคือภายในมีภาพปูนปั้นครั้งพระพุทธเจ้า ๕ พระองค์เสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ ประกอบด้วย พระกกุสันโธ พระโกนาคม พระกัสสปะ พระโคตมะ และพระศรีอาริยเมตไตรย กับยังมีปูนปั้นประดับรูปเทวดานพเคราะห์ตามเสา และมีจิตรกรรมภาพวาดทศชาติชาดกตกแต่งไว้ด้วย ได้แก่ พระเตมีย์ชาดก มหาชนกชาดก สุวรรณสามชาดก เนมิราชชาดก ภูริทัตชาดก และ จันทกุมารชาดก (ไม่มีมโหสถชาดก วิธูรบัณฑิตชาดก และ เวสสันดรชาดก)
ที่สำคัญคือวัดสวนหลวงมีพระลากประจำวัดองค์สำคัญศิลปะอยุธยา หล่อสำริดทรงเครื่อง ปางอุ้มบาตร นับถือว่าคือ สมเด็จเจ้าลาวทอง เป็นที่เคารพบูชาและอัญเชิญออกมาเฉลิมฉลองลากแห่แหนบนพนมพระอย่างโบราณทุกช่วงออกพรรษา โดยในหอพระลากมีต้นฉบับหนังสือบุดคัมภีร์พุทธวงศ์ของเดิมอีก ๑ ฉบับ และที่ลานวัดยังมีบ่อน้ำโบราณกรุด้วยปล้องดินเผาอย่างโบราณอีกด้วย
๔. #ท้าวโคตร หอไตรและชายนา - สามอารามสำคัญสืบศาสนาแต่สมัยอยุธยา ต้นฉบับพระไตรปิฎกสยามฉบับปัจจุบัน
ระหว่างตัวเมืองนครโบราณสมัยสุโขทัยที่เมืองพระเวียง กับเมืองนครสมัยอยุธยาที่มีกำแพงเมืองรอบองค์พระบรมธาตุเจดีย์เป็นใจเมืองนั้น มีวัดท้าวโคตร วัดหอไตร และ วัดชายนา ๓ วัดสำคัญของเมืองนคร โดยเฉพาะวัดท้าวโคตร มีพระปรางค์เก่าที่แม้ปรักหักพังแล้วแต่ก็ยังเห็นร่องรอยความยิ่งใหญ่ เคียงข้างกับโบสถ์เก่ารูปทรงพิเศษสร้างด้วยเสาไม้ผนังปูน เปิดช่องลมและบานเกล็ด มีภาพจิตรกรรมไทยบนไม้กระดานคอสองเล่าเรื่องพุทธประวัติและทศชาติชาดก ปรากฏภาพชาวตะวันตกทำให้สันนิษฐานว่าวาดในสมัยรัชกาลที่ ๔ เป็นต้นมา รอบโบสถ์มีเสมาศิลาทรายแดงขนาดใหญ่สลักลวดลาย
ส่วนวัดหอไตรที่เคยเป็นหอไตรประจำเมืองและสมเด็จพระเจ้าตากสินทรงอัญเชิญขึ้นไปคัดลอกและต่อมาเป็นพระไตรปิฏกของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์นั้น ทุกวันนี้เป็นวิทยาลัยศิลปหัตถกรรมนครศรีธรรมราช ด้านหลังวัดท้าวโคตร มีวัดชายนา สถานปฏิบัติธรรมสำคัญของเมืองนคร ที่พุทธทาสภิกขุเคยมาเปิดเป็นสวนปันตารามอยู่ระยะหนึ่งเมื่อปี ๒๔๗๖
๕. #วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร - มรดกโลกเดียวของไทยที่เป็นปูชนียสถานสืบมา ๑,๕๐๐ ปี
จอมเจดีย์แห่งคาบสมุทรไทยที่สั่งสมระบบคุณค่าศิลปวิทยาการตลอดจนสถาปัตยกรรม ประเพณีพิธีกรรมของผู้คนที่ผ่านไปมาจากสองฝั่งมหาสมุทรจนเป็นมหาธาตุเจดีย์และมหาอารามที่สะท้อนถึงความคิดคุณค่าและศรัทธาในพระพุทธศาสนาที่บูรณาการจากทั้งอินเดีย ลังกา มอญพม่าและชวา ผสานกับกลิ่นอายแห่งพุทธศาสนาทั้งเถรวาท มหายาน แม้กระทั่งศาสนาดั้งเดิมรวมทั้งพราหมณ์และฮินดูที่สืบต่อกันมากว่า ๑,๕๐๐ ปีไม่เคยร้างลง ยังคงมีประเพณีการสักการะบูชาตลอดมา แผ่กว้างออกไปทั่วทั้งประเทศและภูมิภาค รวมทั้งประเพณีแห่ผ้าขึ้นธาตุ การรำโนราถวายพระธาตุ
๙ พื้นที่สำคัญของการเรียนรู้และบูชา คือ (๑) องค์พระบรมธาตุเจดีย์บนลานประทักษิณพร้อมกระดิ่งเครื่องบูชาและ ๔ เจดีย์มุม, (๒) วิหารพระม้าพร้อมภาพยนตร์(หุ่นอาถรรพ์)สองฝั่งบันไดรวมทั้งท้าวขัตตุคามและท้าวรามเทพและภาพปูนปั้นนูนสูงออกพระมหาภิเนษกรมณ์, (๓) วิหารทับเกษตรรอบฐานพระบรมธาตุและทางพระเจ้าตาก มีพระพุทธรูปในซุ้มเรือนแก้ว ๒๕ องค์ และช้างค้ำในซุ้มอีก ๒๒ ซุ้มรอบทั้ง ๔ ด้าน, (๔) เจดีย์รายรอบองค์พระบรมธาตุ ๓ ชั้น รวม ๑๕๙ + ๑ องค์ รวมทั้งวิหารพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช วิหารพระแอด และ เจดีย์พระปัญญาที่มีลายแทงแฝงหลักคิดในพระพุทธศาสนาว่าด้วยกาลามสูตร, (๕) ศรีธรรมราชพิพิธภัณฑ์ในพระวิหารเขียนทางทิศเหนือขององค์พระบรมธาตุ ที่เก็บรักษาและจัดแสดงเครื่องพุทธบูชาสำคัญโดยเฉพาะต้นไม้เงินต้นไม้ทอง เครื่องแก้วแหวนเงินทองต่าง ๆ รวมทั้งพระพุทธรูปทองและเงินที่ผู้คนนำมาบูชาถวายไว้, (๖) วิหารโพธิลังกาหรือโพธิมณเฑียรเดิมที่สร้างล้อมพระศรีมหาโพธิ์จากลังกา ที่อาจเป็นต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่มีที่มาเก่าแก่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์นาม พระพุทธศรีธรรมราชบรรทม ทุกวันนี้ทางวัดปรับปรุงเป็นพิพิธภัณฑ์รวบรวมสิ่งของพุทธบูชาขนาดใหญ่ ตั้งแต่ต้นไม้เงินต้นไม้ทอง พระพุทธรูป เครื่องใช้สำคัญตลอดจนศิลาจารึกและเทวรูปและโบราณวัตถุต่าง ๆ ที่มีผู้นำมาถวาย, (๗) ระเบียงคดหรือวิหารคด เขตศักดิ์สิทธิ์ที่เคยสงวนไว้สำหรับการเรียนรู้ภาวนาปฏิบัติธรรมของผู้คนที่มีขนาดใหญ่มาก สะท้อนว่าสมัยก่อนเคยเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับคนหมู่มาก ปัจจุบันมีการต่อส่วนขยายเพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์ของวัด แสดงเครื่องใช้ตลอดจนสิ่งของมีค่าอื่น ๆ ที่มีผู้นำมาถวาย โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องเคลือบต่าง ๆ ทั้งจากจีน ญี่ปุ่นและฝรั่งชาติตะวันตก, (๘) พระวิหารหลวง ทางด้านทิศใต้ของพระระเบียงคด เป็นพระวิหารอุโบสถขนาดใหญ่ที่สุดในภาคใต้ที่สร้างมาแต่เดิม มีรูปทรงสถาปัตยกรรมไทยที่งดงามพร้อมมุขประเจิด หน้าบันด้านตะวันออกเป็นไม้แกะสลักรูปพระพรหมทรงช้างเอราวัณ ด้านหลังเป็นพระนารายณ์ทรงสุบรรณ ภายในประดิษฐานพระศากยมุนีศรีธรรมราช พระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่บนฐานชุกชีมีปูนปั้นประดับอย่างวิจิตร ท่ามกลางดวงดาราไม้แกะสลักบนฝ้าเพดาน และ (๙) พระพุทธบาทจำลองบนมณฑปพระพุทธบาทด้านทิศเหนือนอกระเบียงคด สร้างทำในสมัยรัชกาลที่ ๕
นอกจากนี้บนลานหาดทรายแก้วแห่งพระบรมธาตุเจดีย์นี้ ยังมี ๓ เจดีย์บริวารด้านหน้า และ ๓ ซุ้มประตู ที่รัชกาลที่ ๖ สมัยดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระยุพราช ให้สร้างถวายไว้หน้าวิหารธรรมศาลา ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปพระทนทกุมารและพระนางเหมชาลา และต่อมามีการสร้างทำเพิ่มโดยนำคาถาสำคัญในพระพุทธศาสนามาประกอบไว้ตามหน้าบัน กับยังมีต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่อัญเชิญมาในสมัยอยุธยาปลูกไว้ และต้นนนทรีทรงปลูกของรัชกาลที่ ๙ และ สมเด็จพระราชินีสิริกิติ์ รวมถึงต้นมหาสาละทรงปลูกของรัชกาลที่ ๑๐ เมื่อครั้งทรวงผนวช ปี พ.ศ.๒๕๒๑
๖. #ฐานพระสยมที่ท่าชี – ศิวลึงค์ดั้งเดิมบนฐานโยนิหนึ่งเดียวที่ใจกลางเมืองนคร
ที่บริเวณสี่แยกท่าชี ไม่ไกลจากองค์พระบรมธาตุเจดีย์และบริเวณที่เคยเป็นวังของเจ้านครที่ทุกวันนี้เป็นที่ตั้งของศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช มีโบราณสถานเล็ก ๆ แบบพื้นบ้านตั้งอยู่ เมื่อกรมศิลปากรทำการขุดค้นและตกแต่ง พบว่าเป็นศาสนสถานก่อด้วยอิฐ ๒ หลังต่อกันอยู่ มีโครงสร้างไม้ซึ่งผุพังหมดแล้ว ด้านหน้าสันนิษฐานว่าสำหรับประดิษฐานรูปโคนนทิ ด้านหลังมีประดิษฐานฐานโยนิขนาดใหญ่ พร้อมศิวลึงค์องค์หนึ่งที่มีขนาดเล็กกว่า ไม่สมส่วนกับฐานโยนิ นับเป็นการพบศิวลึงค์พร้อมฐานโยนิในแหล่งดั้งเดิมที่สำคัญ สอดคล้องกับชื่อเรียกมาแต่เดิมว่าฐานพระสยม หมายถึงพระสยัมภูวนาถ อีกพระนามของพระศิวะที่หมายถึงพระผู้เกิดขึ้นเองที่เป็นหนึ่งในเทพสูงสุดในศาสนาหราหมณ์-ฮินดู สันนิษฐานอายุประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๖ - ๑๗ เคยใช้เป็นที่ประกอบพิธีในศาสนาพราหมณ์ลัทธิไศวนิกาย มีบางเรื่องเล่าว่าสร้างโดยพราหมณ์กลุ่มหนึ่งที่แยกออกมาไม่ขึ้นกับเจ้าเมืองนคร ได้ทำการฝังอาถรรพ์สะกดดวงเมืองนครตามพรลิงค์ไว้ใต้ฐานพระสยมนี้ ทุกวันนี้ยังมีทั้งคนไทยและอินเดียมาประกอบพิธีบวงสรวงบูชาอยู่
๗. #หอพระอิศวรและพระนารายณ์ พร้อมเสาชิงช้าและสถานโบสถ์พราหมณ์หนึ่งเดียวที่ทุกวันนี้ยังมีพิธีโล้ชิงช้า
หากถามหาเทวสถานโบสถ์พรหมณ์ดั้งเดิมในประเทศไทยที่ยังคงอยู่อย่างสมบูรณ์แบบและโดดเด่นแล้ว เทวสถานโบสถ์พราหมณ์ หอพระอิศวร หอพระนารายณ์และเสาชิงช้าแห่งเมืองนครนี้น่าจะคือคำตอบนั้น ด้วยตั้งอยู่สองฝั่งถนนราชดำเนินห่างจากประตูเมืองด้านทิศเหนือไม่มากนัก แม้จะมีการบูรณะซ่อมสร้างในลักษณะใหม่เมื่อไม่กี่สิบปีมานี้ แต่ยังคงความสมบูรณ์พร้อม กล่าวคือหอพระอิศวรอยู่ทางฝั่งตะวันตกของถนนราชดำเนินหันหน้าไปทางทิศตะวันออก มีเสาชิงช้าจำลองขนาดเล็กกว่าของเดิมอยู่เยื้องด้านหน้า ภายในประดิษฐานศิวลึงค์ขนาดใหญ่องค์สำคัญพบที่บ้านท่าเตียนตำบลโมคลาน ทดแทนรูปองค์ศิวนาฏราช พระแม่อุมา พระคเณศ หงส์ และแผ่นนางดานที่เคยประดิษฐานไว้ที่หอแห่งนี้ ซึ่งปัจจุบันนำไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินครศรีธรรมราช มีเทวสถานโบสถ์พราหมณ์สร้างใหม่บนรากฐานเก่าเดิมที่เพิ่งขุดค้นพบ
ส่วนหอพระนารายณ์อยู่ทางฝั่งตะวันออกของถนนราชดำเนินหันหน้าไปทางทิศตะวันตก ปัจจุบันมีรูปพระนารายณ์จำลองจากภาพถ่ายเก่าแทนเทวรูปพระนารายณ์ฝีมือช่างท้องถิ่นที่เก่าแก่ที่สุดในศิลปะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือประมาณพุทธศตวรรษที่ ๑๐ - ๑๑ ที่ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาตินครศรีธรรมราช
ทั้งนี้ทุกวันนี้มีการจัดประเพณีแห่นางดานและโล้ชิงช้าสาธิตที่บริเวณนี้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์เมืองนคร ทุกวันที่ ๑๔ เมษายน ซึ่งเป็นงานประเพณีที่มีหนึ่งเดียวในโลก และที่ทรงความหมายมากคือเทวสถานโบสถ์พราหมณ์นี้ตั้งอยู่ในย่านเขตชุมชนพราหมณ์เดิมของเมืองนครที่เคยเชื่อมโยงกับคณะพราหมณ์หลวงในกรุงเทพมหานคร
๘. #กำแพงเมืองโบราณกับพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช และวัดเสมาเมืองที่หลวงพ่อทวดมาบวชเรียน - พร้อมจารึกศรีวิชัย ๑๒๕๐ ปี ที่เป็นต้นกำเนิดการใช้คำว่าสวัสดีของไทยทั้งชาติ
ที่บริเวณประตูเมืองนครทางด้านทิศเหนือ หรือ ประตูชัยศักดิ์ กึ่งกลางของกำแพงเมืองเก่าทางด้านทิศเหนือที่เหลืออยู่ทั้งเชิงเทิน ใบเสมา รวมทั้งช่องป้อมประตูเมืองที่ยังเห็นเป็นระบบป้องกันเมืองได้อย่างชัดเจนนั้น กำแพงและประตูเมืองนี้สันนิษฐานว่าก่อสร้างตั้งแต่สมัยต้นกรุงศรีอยุธยาเป็นอย่างน้อยโดยมีช่างชาวโปรตุเกสและฝรั่งเศสมาร่วมซ่อมสร้างจนมีป้อมปราการที่ตั้งฐานปืนใหญ่อย่างตะวันตก จนสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ปี พ.ศ.๒๓๒๙ - ๒๒๓๐ ได้มีการซ่อมครั้งใหญ่โดยมีวิศวกรเดอลามาร์ ชาวฝรั่งเศสมาสำรวจทำแผนที่และทำแบบแปลนแผนผังป้อมกำแพงเมืองที่มีป้อมปราการแบบชาโต (Chateau) ของฝรั่งเศส เคยเป็นปราการป้องกันเมืองในหลายสมัยและการศึก จนกระทั่งปี ๒๔๓๙ จึงเริ่มรื้อกำแพงเพื่อใช้ทำถนนและการก่อสร้างต่าง ๆ ในปี ๒๔๗๙ กรมศิลปากรขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ทำการบูรณะตามลำดับจนเหลือเฉพาะแนวด้านทิศเหนือที่มีคูเมืองเดิมคือคลองนครน้อยตลอดแนว ทุกวันนี้เทศบาลนครนครดูแลรักษาเป็นสวนสาธารณะและพื้นที่สาธารณะ มีตลาดกำแพงเมืองทุกเย็นวันเสาร์ มีอนุสาวรีย์พระเจ้าศรีธรรมาโศกราช กษัตริย์ในตำนานและพงศาวดารเมืองนคร ประดิษฐานริมกำแพงเป็นประธานของสวนสาธารณะศรีธรรมาโศกราช ขณะนี้เทศบาลกำลังปรับปรุงอาคารเรือนนอนเก่าเป็นศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ นครศรีธรรมราช
ถัดจากสวนศรีธรรมาโศกราช เป็นบริเวณวัดเสมาชัยและวัดเสมาเมืองเก่า ที่มีความสำคัญมากในทางประวัติศาสตร์ เพราะเป็นสถานที่พบศิลาจารึกหลักที่ ๒๓ ว่าด้วยพระเจ้ากรุงศรีวิชัย และมีคำขึ้นต้นว่าสวัสดี ที่เป็นต้นเค้าของการใช้คำทักทายว่าสวัสดีในสังคมไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๔๘๖ ศิลาจารึกนี้ระบุปีจารึกตรงกับ พ.ศ.๑๓๑๘ หรือ ๑๒๕๑ ที่แล้ว นอกจากนี้วัดเสมาเมืองยังเป็นวัดที่หลวงพ่อทวดเดินทางจากสงขลามาจำพรรษาและศึกษาพระไตรปิฏกและสรรพวิชาอยู่ที่เมืองนครก่อนจะเดินทางไปอยุธยาแล้วกลับมาที่วัดพะโคะในระยะต่อมา
๒๘ กค ๖๙ ๒๒๐๐ น
บบท.มนศ.
https://www.facebook.com/photo/?fbid=2167849774110133&set=pcb.2167850137443430





