20261007_2 ๘ บทสรุปวานนี้ที่ว่าด้วย #หัวนะโมเมืองนคร SomeConclusionOn #NakronNamo
๘ บทสรุปวานนี้ที่ว่าด้วย #หัวนะโมเมืองนคร
SomeConclusionOn #NakronNamo
(20261007_2 เพื่อแผ่นดินเกิด)
เกือบ ๒ ชม.วานนี้ ที่เสวนากันว่าด้วยหัวนะโมเมืองนคร
มีท่านครูเหม โสพิทร์ แซ่ภู่ อ.ฉัตรชัย พี่ เณรอ๊อด วัดจันทาราม และ ครูเอี้ยง ศรีรัตน์
ผมพอสรุปได้ดังนี้ครับ ... รบกวนท่านที่ร่วมและรับฟังหรือมีความรู้มาชี้แนะด้วยครับผม
ทั้งนี้ บางอย่าง เป็นข้อมูลที่ได้เสริมมาหลังวงเสวนาที่มีคนมาเติมให้ครับผม
๑) มี #หลักฐานรองรับการสร้างทำหัวนะโม เป็นลายลักษณ์อักษรอยู่ ๓ แห่ง คือคัมภีร์นิพพานโสตรหรือตำนานพระธาตุนคร / ตำนานเมืองนคร / หนังสือบุดกัลปนาวัดท่าช้างพระอารามหลวง ระบุถึงการสร้างทำหัวนะโมเพื่อความเป็นสิริและมงคล ขจัดปัดเป่าสิ่งไม่ดีงาม เมื่อประมาณ พศต.ที่ ๑๖ โดยพระเจ้าศรีธรรมาโศกราช สอดคล้องกับรูปแบบและอักขระปัลลวะคือกลุ่มเม็ดขี้หนูที่นิยมเรียกว่านอโม รวมทั้งสถานที่พบในเขตเมืองเก่าทั้งในนครและภาคใต้ จากนั้นจึงพบหลักฐานในสมัยอยุธยาที่สอดคล้องกันในอีกรูปแบบ คือค่อย ๆ คลี่คลายรูปอักขระรวมทั้งรูปทรงมาเป็นกลมแบนแบบตาไก่สืบเนื่องเรื่อยมา กระทั่งหลัง ๒๔๗๕ ที่เลือกพิธีกรรมตรุษสงกรานต์ตามประเพณีเดิม จนเข้า พศต.ที่ ๒๖ คือหลัง พศ.๒๕๐๐ ก็เริ่มมีการสร้างทำหัวนะโมแบบอื่น ๆ เช่นถมดำ รวมทั้งมีการตอกรูปเคารพอื่นลงด้านหลัง ทั้งอุณาโลม ดอกจันทน์ องค์พระธาตุ พ่อท่านคล้าย หลวงพ่อทวด ฯลฯ
๒) #เงินตรานะโม ส่วนใหญ่ระบุแต่เป็นวัตถุมงคล ขณะที่ในหลายเอกสารเชิงวิชาการ รวมทั้งในพิพิธภัณฑ์เงินตรา มักระบุว่าเป็นเงินตราของภาคใต้ในนคร บ้างระบุว่าร่วมสมัยศรีวิชัยตามพรลิงค์ บ้างระบุว่าสมัยอยุธยา - รัตนโกสินทร์ ขณะที่บางเอกสารระบุว่าเงินนะโมอาจเป็นต้นแบบของเงินพดด้วงไทยที่เริ่มสร้างทำในสมัยสุโขทัยสืบมาจนถึงต้นรัตนโกสินทร์ ท่านพระครูเหม โสพิทร์ แซ่ภู่ บอกว่ามีปรากฏหลักฐานในตำนานฉบับหนึ่ง กล่าวถึงการสร้างทำเงินตรานะโมเป็นเงินตราเพื่อการใช้จ่าย และหลายท่านบอกว่าเคยได้เห็นและรับรู้การใช้จ่ายในสมัยก่อน ในลักษณะเงินปลีกที่ย่อยกว่าเงินเฟื้อง (พดด้วงเงินเฟื้อง) ประเด็นนี้นำมาสู่ข้อพิจารณาว่าหากเป็นเงินตราจริง อาจต้องมีการศึกษาอย่างจริงจัง อาทิเช่นขนาดน้ำหนักตามมารฐานเงินตราเป็นอย่างไร ความแตกต่างของตราต่าง ๆ มีไหมและอย่างไร รวมทั้งองค์ประกอบของโลหะเป็นอย่างไร เพราะเงินตราควรมีบรรทัดฐานกำกับด้วย
๓) #รูปแบบหัวนะโม อาจแบ่งเป็น ๓ - ๔ แบบ (๑) - นอกจากอักขระ ที่เป็น น - ปัลลวะ ที่มักวางนอน กับอาจมีแบบหัวขาดด้วย กับ น - สมัยต่อมาที่อาจดูเป็นตัว ล กลับหลัง ที่มักวางตั้ง แล้ว (๒) - รูปทรงก้อนโลหะก็มี ๒ แบบหลัก ๆ คือ ทรงรีอย่างขี้หนูหรือถั่วเขียว กับทรงกลมแบนอย่างตาไก่ ส่วนทรงเม็ดข้าวสาร กับ พดด้วง นั้นพบน้อยมาก ๆ ว่ากันว่าพบเห็นกันไม่ถึง ๕ หรือ ๑๐ เม็ดเท่านั้น (๓) ด้านหลังสมัยแรก ๆ จะเป็นขาที่ถูกตีทบขดเข้ามาชนกันตรงกึ่งกลางอย่างพดด้วง มักตอกตีให้เห็นเป็น ๓ พับ บ้างก็ว่าสะท้อนระบบคิดเรื่องรัตนตรัย หรือ ตรีมูรติ แต่พี่ เณรอ๊อด วัดจันทาราม กับ ครูเอี้ยง ศรีรัตน์ บอกว่าเคยได้ยินบอกว่าคือ เวียนว่าย - ตาย - เกิด โดยร่องตรงกลางคือสุญญตาหรือนิพพาน !!! แล้วต่อมาใช้วิธีตอกเป็นร่องด้านหลังแล้วตอกสองข้างให้เห็นคล้ายเป็นรอยสามพับ จนหลังมาอีกในหัวนะโมตาไก่ ใช้วิธีตอกร่องด้านหลังเท่านั้น ก่อนที่ต่อมาจะตอกดอกจันทน์ อุณาโลม รูปพระธาตุ รูปหลวงพ่อ ฯลฯ ลงไปแทน
๔) #เนื้อโลหะหัวนะโม ส่วนใหญ่เป็นเงินหรือโลหะผสมที่เรียกว่า นวโลหะที่มีเงินเป็นองค์ประกอบหลัก พบที่เป็นตะกั่ว ดีบุก ทองเหลือง สัมฤทธิ์ ให้สีแตกต่างกันไปตามองค์ประกอบ ส่วนทองคำพบไม่มาก
๕) สำหรับเชิงสังคมเศรษฐกิจและประเพณีนั้น การสร้างทำหัวนะโมนอกจากปรากฏในตำนานเอกสารต่าง ๆ แล้ว ยังเป็นส่วนประกอบของประเพณีและวิถีสังคมเมืองนครมานาน โดยเฉพาะในพิธีตรุษสารทสงกรานต์ ที่มีการตั้งร้านโรงพิธีสร้างทำปลุกเสกและโปรยในพื้นที่และบริเวณต่าง ๆ เพื่อความเป็นสิริมงคล รวมทั้งที่พระธาตุนครซึ่งเป็นศูนย์ของงานตรุษสารทสงกรานต์มาแต่ครั้งโบราณ ก่อนที่จะเลิกไปเมื่อปี ๒๔๗๕ และเริ่มฟื้นฟูใหม่ในปี ๒๕๖๙ หลังการริเริ่มในงานสร้างทำหัวนะโมพระลากแม่ยุพา พระลากแม่รัตนา ที่วัดจันทาราม เมื่อปี ๒๕๖๕ และ ๒๕๖๘
๖) แนวทางการวางอักขระ น - นอโม หรือ นะโม ในทุกวันนี้ นิยมวางกัน ๒ แนว คือแนวนอน และแนวตั้ง ที่มีคำอธิบายเชิงพัฒนาการของอักษร น กันคนละแนว เท่าที่รับทราบคือแนวตั้ง ริเริ่มสร้างบนผ้าทิพย์พระพุทธสิหิงค์วัดราชาธิวาส และ วัดพระธาตุ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๔ และ ๒๕๑๗ มีขุนพันธรักษ์เป็นเจ้าพิธี โดยศูนย์ศิลปวัฒนธรรม วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช (สถาบันราชภัฏนครศรีธรรมราช) ก็ใช้แนวนี้เช่นกัน
๗) การสร้างทำหัวนะโมในระยะ ๑๐๐ ปีที่ผ่านมา น่าจะเริ่มจากกลุ่มช่างเงินและโรงเรียนช่างถม (วิทยาลัยศิลปหัตถกรรมในเวลาต่อมา) ที่พ่อท่านม่วง (พระรัตนธัชมุนี) วัดท่าโพธิ์ให้ฟื้นฟู แล้วช่างเหล่านั้นโดยเฉพาะในย่านวัดจันทารามที่ท่าวัง ริเริ่มทำกันในหลายรูปแบบและเนื้อ รวมทั้งนะโมถมด้วย ก่อนที่จะขยายสู่แวดวงสายสร้อยถนิมพิมพาภรณ์เครื่องประดับจนแพร่หลาย โดยมีการสร้างทำแจกจ่ายในวัดพระธาตุและอีกหลายวัด รวมทั้งการสร้างทำประกอบเหรียญบูชาต่าง ๆ เรื่อยมา มีทั้งสร้างทำด้วยวิธีตอกด้วยมืออย่างโบราณ และสั่งทำหลอมหล่อด้วยเป้าจากโรงงานเป็นปริมาณมาก ๆ
๘) สำหรับ #อนาคตของหัวนะโมนคร นั้น ยังไม่ทราบได้ว่าจะเป็นอย่างไร เพราะเห็นเริ่มมีการสร้างทำกันเป็นการใหญ่ หลังจากทบทวนพัฒนาการ ๕ ระยะ ตั้งแต่เชิงประวัติศาสตร์โบราณคดี / เชิงสังคมวัฒนธรรมประเพณี / เชิงร่วมสร้างวัตถุมงคล / เชิงเครื่องประดับ / กับการกลับมาฟื้นฟูใหม่ในระยะนี้นั้น วงเสวนาเห็นว่า การสร้างทำต่อไปควรพิจารณาถึงแบบแผนรายละเอียดในการสร้างทำ พร้อมกับรูปแบบเฉพาะและระบบการกำกับที่ชัดเจน เพื่อการรับรู้และสอบทานได้ว่าสร้างทำอย่างไร โดยคณะไหน ในวาระโอกาสอะไร
๗ ตุลา ๑๔๑๔ น.
บบท.มนศ.
https://www.facebook.com/photo/?fbid=2231940897701020&set=pcb.2231973497697760




