20260602_6 ที่ผมพอเท่าทันวังวนตนเอง WhenILearnToCatchUpMyOwn
ที่ผมพอเท่าทันวังวนตนเอง
WhenILearnToCatchUpMyOwn
(20260602_6 การพระศาสนา)
อีกกิจกรรมวันวิสาขะนี้ที่ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ - สวนโมกข์กรุงเทพ
ที่ผมขอมีส่วนร่วมด้วย ตามที่เอ๋กับคุณ Wirat Wangcharoenwongse เป็นหลักทำ
ทั้งสองคนกับพี่น้องเตรียมกันมาดีมาก
มีการซักซ้อมที่ผมได้ร่วมสังเกตุการณ์จนรู้ตัวว่าต้องเตรียมให้ได้ดีอย่างที่พี่น้องเขาตั้งใจและเตรียมกัน
หลังร่วมทบทวนจนจบรายการ
แล้วผมได้รับเวลามาเล่าถึงตัวเองที่พอเท่าทันตอนท้ายเวลา
นี้ครับที่ผมเล่า ...
หนึ่ง พวกเราทั้งหลายล้วนผ่านการศึกษามาแบบแยกส่วน
พอโตก็ต้องเลือกว่าจะสายวิทย์หรือศิลปะ ?
แล้ววิชาก็แยกสายมาแต่นั้น ...
สอง สำหรับผม เมื่อเรียนหมอ พอเข้าสู่วิชาแพทย์
ก็เริ่มที่ กายวิภาค ชีวเคมี สรีรวิทยา ฯลฯ
รวมทั้งเรียนจิตเวช
ที่ส่วนมากเป็นเรื่องทางกาย กับเคมี ฟิสิคส์ แต่เรื่องจิตและใจนั้นน้อยมาก
จนตอนจบ ก็เริ่มพบวิชาที่ว่าด้วยจิตสรีราพาธ
คือไม่ใช่เฉพาะโรคทางกาย เคมี ฟิสิกส์
แต่มีโรคทางจิต ทางประสาท
รวมทั้งสภาพทางจิตป่วยที่ส่งผลให้กายด้วยได้ด้วย
กล่าวกันว่า วิทยาการด้านสุขภาพในโลกนี้ที่นำโดยตะวันตกนั้น
ก้าวหน้ามากทางกาย ส่วนทางใจเพิ่งจะเริ่มและมีพัฒนาการมาราว ๑๐๐ ปีมานี้
ขณะที่ทางด้านจิตและใจของฝ่ายตะวันออกเรานี้มีพัฒนาการมาเป็นพัน ๆ ปี
ใน #พระพุทธศาสนา ที่ #พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ นั้น
ก้าวลึกถึงปัญญา - จิตวิญญาน เลยครับ
เฉพาะท่านอาจารย์พุทธทาส
ท่านเคยแสดงธรรมเมื่อปี ๒๕๐๕
ว่าคนเรานี้มีโรคสามมิติ คือทางกาย ทางใจ ทางจิตวิญญาณ
จนท่านสร้างโรงมหรสพทางวิญญาณขึ้นตั้งแต่นั้น
ในขณะที่วงการสุขภาพสากลโดยองค์การอนามัยโลก
เพื่องจะเพิ่มให้มี #สุขภาพทางวิญญาณ เมื่อปี ๒๕๒๕ นี้เองครับ
สาม เมื่อผมจบหมอมาทำงานได้ ๓ ปี อายุ ๒๗ ก็เครียดมาก
ด้วยวิชาหมอที่ตัวเองเรียนมาเป็นหมอรักษาคนอื่น แต่เอาคัวเองไม่อยู่
บุญยังมีที่เลือกบวชไปอยู่ที่ วัดธารน้ำไหล สวนโมกขพลาราม
แล้วพอเข้าใจในหัวใจพระพุทธศาสนาที่ท่านอาจารย์พุทธทาสเอามาเขี่ยไค้
โดยเฉพาะ #อิทัปปัจจยตาปฏิจจสมุปบาท
ที่เป็นหัวใจให้เข้าใจ #วังวนของชีวิต
โดยเฉพาะเรื่องของจิตของใจ
ที่พระพุทธองค์ชี้ลึกจนถึง #จิตวิญญาณ และปัญญา
ที่เป็นรากฐานสำคัญที่สุดให้เราเข้าใจกระะบวนความเป็นไปของใจ
และเท่าทัน สามารถสะกัดกันไม่ให้เวียนวนอยู่แต่ในวัง
สี่ ผมเชิญบทปฏิจจสมุปบาทสาย #นิโรธวาร มาอ่าน
เพื่อชวนพวกเราทั้งหลายที่ล้วนรู้และเข้าใจในเหตุปัจจัยในสาย #สมุทยวาร กันแม่นแล้ว
ว่าถ้าให้เท่าทันวังวนจริงก็ต้องสวนด้วยสานนิโรธวารกันครับ
ห้า ตอนที่ผมกราบลาสึก ท่านให้หนังสือ #อิทัปปัจยตา มาเล่มหนึ่ง
กับย้ำเรื่อง #ธรรมสี่เกลอ ว่าให้พกไว้เสมอ
คือ สติ ปัญญา สัมปชัญญะ และ สมาธิ
คือรู้ตัว-สติ ไปเอาปัญญา มาอยู่กับเนื้อกับตัว-สัมปชัญญะ
มาใช้แบบมีกำลังตั้งใจมั่น-สมาธิ
เพื่อการเท่าทันแล้วไม่วนอยู่แต่ในวังนั้นอีกต่อไป
พร้อมกับชี้ชวนดูภาพวาดพญามารข้างหลังให้ดี ๆ
สองมือท่านกำลังปั่นหัวพวกเราอยู่นะครับ
ขอเชิญมาเท่าทันแล้วไม่วนกันอยู่แต่ในวัง กันครับ
๒ มิถุนา ๖๙ ๑๙๔๐ น
บ้านบวรรัตน์ ท่าวัง เมืองนคร
https://www.facebook.com/photo/?fbid=2119328482295596&set=pcb.2119330005628777








