logo_new.jpg

ทำวัตรเมื่อเช้าที่สวนโมกข์กรุงเทพ ขณะเริ่มเคลื่อนขบวนพระศพ พวกเราที่สวนโมกข์กรุงเทพประมาณ ๑๐๐ คน ได้ร่วมกันทำวัตรเช้าแบบแปล แล้วนั่งสมาธิฟังธรรมของเจ้าพระคุณสมเด็จเพื่อการเจริญศีล สมาธิ และ วิปัสสนา ที่น้อง ๆ และ ธรรมภาคีช่วยกันเลือกสรรอย่างเหมาะเจาะและขอขยายความสำหรับท่านที่อาจอยู่ไกลไม่ได้ร่วม หรือร่วมก็อาจไม่ทันได้ขบคิดขยายความ

๑) บทปุพพภาคที่เราคุ้น ๆ ขึ้นต้นด้วยนะโมนั้น รู้ไหมว่ามีที่มาอย่างไร ?

๒) แล้วบทสรรเสริญพระพุทธคุณ - ธรรมคุณ - สังฆคุณ ที่ว่า โยโส ตถาคะโต - สวากขาโต - สุปปฏิปันโน รู้ไหมว่า ร.๔ ทรงพระราชนิพนธ์ไว้ในสมัยทรงผนวช ? ที่วัดบวรนิเวศนี้

๓) ลักษณะแห่ง "สงฆ์" อันควรแก่การสักการะ บูชา ต้อนรับ ทักษิณาทาน อัญชลีด้วยเศียรเกล้า เป็นเนื้อนาบุญของโลก เป็นอย่างไรเล่า ? ปฏิบัติดี ปฏิบัติตรง ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรม ปฏิบัติสมควร จนบรรลุถึงซึ่งมรรคผล อริยบุคคล ๔ คู่ คือ โสดาปัตติมรรค โสดาปัตติผล สกิทาคามิมรรค สกิทาคามิผล อนาคามิมรรค อนาคามิผล อรหัตตมรรค และ อรหัตผล ซึ่งเจ้าพระคุณสมเด็จในพระโกศ ทรงสมบูรณ์พร้อมในลักษณะทั้งนั้นนี้

๔) หลังบททำวัตร พวกเราเชิญบทติลักขณาทิคาถา มาภาวนาอย่างสอดคล้องกับขบวนแห่พระโกศ ที่ขึ้นต้นด้วย "เมื่อใดบุคคลเป็นด้วยปัญญาว่าสังขารทั้งปวงไม่เที่ยว เมื่อนั้น...... นั่นแหละ ...." ก่อนที่จะจบว่า "ก็ชนเหล่าใดประพฤติสมควรแก่ธรรม ในธรรมที่ตรัสไว้ชอบแล้ว ชนเหล่านั้นจักถึงฝั่งแห่งพระนิพพาน ข้ามพ้นบ่วงแห่งมัจจุที่ข้ามได้ยากนัก จงเป็นบัณฑิตละธรรมดำเสีย แล้วเจริญธรรมขาว จงมาถึงที่ไม่มีน้ำ จากที่มีน้ำ จงลากามเสีย เป็นผู้ไม่มีความกังวล จงยินดีเฉพาะต่อพระนิพพานอันเป็นที่สงัด ซึ่งสัตว์ยินดีได้ โดยยาก" แล้วตบท้ายด้วยบทปัจฉิมพุทโธวาท ที่ว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลาย จงทำความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด นี้เป็นพระวาจามีในครั้งสุดท้าย ของพระตถาคตเจ้า"

๕) จบท้ายก่อนกรวดน้ำเช้า มีการนำพิจารณาสังขารที่พระพุทธองค์ทรงแสดงหลังทรงเสด็จสู่โรงไฟ ทรงต้มน้ำร้อน ซักผ้าห่ม เช็ดตัวพระติสสเถระผู้เป็นตุ่มพุพองน้ำเลือดหนองไหลถูกทอดทิ้งไว้ไม่มีใครดูแล และท่านอาจารย์พุทธทาสที่สวนโมกข์แนะนำให้ใช้ภาวนาทั้งเช้าและเย็น

๖) จบท้ายด้วยการฟังพระธรรมของเจ้าพระคุณสมเด็จว่าด้วยการเจริญจิตตภาวนา โดยทรงเน้นเรื่องสัมมาสติแก้มิจฉาสติ ที่โดนผมมากคือตอนที่ทรงย้ำสอนเรื่องอาสวะและอนุสัยที่ "ดองสันดาน" พอมีอะไรมากระตุ้นก็ฟุ้งฟูขึ้นมา เป็นกิเลสทั้ง ๓ ที่ว่าโดนก็เพราะวันนี้น้อง ๆ นัดใส่เสื้อ "สติ" จากจิตตนคร แต่ผมเจอตัว "อาสวะ:กิเลสที่ดองสันดาน" ที่เลือกเอาไว้ เพราะเป็นตัวหนึ่งที่ยังคอยป่วนผมอยู่ครับ

 

 
รูปที่1
 
รูปที่2
 
รูปที่3
 
รูปที่4
 
รูปที่5
 
รูปที่6
 
รูปที่7
 
รูปที่8
 
รูปที่9
 
รูปที่10
 
รูปที่11
 
รูปที่12
 
รูปที่13
 
รูปที่14
 
รูปที่15
 
รูปที่16
Joomla templates by a4joomla