Skip to main content

facebook search

หลักธรรม หลักฐานพุทธศาสนา รอยลูกปัด หลักฐานสุวรรณภูมิ ถิ่นธรรมเมืองนคร และ เที่ยวมีเรื่องกับหมอบัญชา
16 May 2026

20260516_3 ๕ สนทนาสุดท้ายกับ #อาจารย์หมอประเวศ PrawesWasi'sLastTalk

๕ สนทนาสุดท้ายกับ #อาจารย์หมอประเวศ

PrawesWasi'sLastTalk

(20260516_3 บัญชาชีวิต)

อาจารย์ครับเมื่อตะกี้ผมกับโรจน์ไปถึงวัดมกุฎพอดีพระเริ่มสวด

นั่งกันอยู่ด้านนอกกับหลาย ๆ คน

มีพี่ประสาน พี่แบน จอบ อ.ปริญญา พี่รสนา พี่สันติสุข   กับอีกหลากหลายคน พี่พิภพก็ด้วยครับ

ลูกอาจารย์ทั้งสองออกมาทักทายพวกเรา กี้ก็ด้วยครับ

อ. Prinya Thaewanarumitkul บอกว่า

พรุ่งนี้ ๑๗ พฤษภา อดนึกถึงเมื่อปี ๓๕ ไม่ได้

เพราะข้ามฟากไปหาอาจารย์เรื่อย ๆ

พอเสร็จพิธีพระ จะเข้าไปกราบอาจารย์และอาจารย์จันทพงษ์

เจอใครต่อใครอีกหลายคนบอกไม่ถ้วนทั่วครับ

พอเจออาจารย์จันทพงษ์ ก็เรียกตัวเลยครับ

" ... มาถึงทันพอดี มาถ่ายรูปกันบัญชา ... "

นี้นับเป็นการถ่ายรูปกับอาจารย์ครั้งท้ายสุดแล้วนะครับ

กราบอาจารย์ตลอดไปครับ

นี้ที่ผมเขียนถึงอาจารย์ ตามที่ Wanpen Tinna ตามครับ

ทั้งนั้น พวกเราก็ยังพยายามทำกันต่อครับผม

ท่านอาจารย์หมอประเวศ วะสี เป็นหลายสิ่งอย่างของสังคม พวกเราและผม จนมีสิ่งที่ระลึกถึงได้เป็นร้อยพันเรื่อง ล้วนแต่เป็นเรื่องสำคัญในหลายมิติและระดับ สำหรับผมนั้น มี ๒ บันทึกที่ผมนึกถึงอาจารย์และเขียนถึงทันทีเมื่อเช้าวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๙ ดังนี้

มังคุดแห่งปัญญา (๑๑ มกรา ๖๙ ๐๗.๓๐ น)

ชั่วชีวิตจวนจะ ๗๐ ปีของผมที่กำลังย่างสู่ มีโอกาสได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของครูใหญ่มาหลายท่าน รวมทั้งอาจารย์หมอประเวศของพวกเราหลายคน ผมพบท่านอาจารย์ครั้งแรกตั้งแต่ปี ๒๕๒๐ เศษ ๆ ในห้องสโมสรนักศึกษาแพทย์มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่สวนดอก ท่านใส่เสื้อม่อฮ่อมไปนั่งพื้นร่วมวงเสวนาอะไรสักอย่าง จำได้เท่านั้น จากนั้นก็ติดตามอ่านงานผ่านหนังสือหมอชาวบ้านเรื่อยมาจนเริ่มฝากตัวเป็นศิษย์ เมื่อท่านลงมางานของวิทยาลัยครูนครเมื่อราวปี ๒๕๓๐ พวกเราเชิญอาจารย์มาบรรยายในนครหลายครั้ง รวมทั้งเข้าคีรีวง ทั้งในงานของ #นาครบวรรัตน์ และ งานของ #มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จนกระทั่งได้ร่วมกันถวายการรักษา #ท่านอาจารย์พุทธทาส ที่ #สวนโมกข์ไชยา กับอีกหลายงานของบ้านเมือง โดยเฉพาะงานสร้างเสริมสุขภาพโดยเฉพาะด้านจิตและใจ การสร้างสังคมใหม่ รวมทั้งงานกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์ ที่อาจารย์เสนอท่านนายกอานันท์ให้เอาผมเข้าร่วมด้วย ฯลฯ แล้วท่านอาจารย์อาสาร่วมก่อตั้ง #หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ - #สวนโมกข์กรุงเทพ ฯลฯ ที่พวกเราขออาจารย์เป็นประธานคณะกรรมการมูลนิธิชุดก่อตั้ง จนเมื่อช่วงโควิด ผมส่งมังคุดที่ #สวนธรรมรักษาปันตวัน เมืองนครให้อาจารย์ทาน แล้ว อาจารย์ก็ส่งนี้ให้ครับ ...

๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔

#บัญชาที่รัก

เมื่อวานนี้กินมังคุดของบัญชา แล้วเกิดความคิด ถ้าความคิดนี้นำไปสู่เรื่องที่ดี คงต้องเรียกมังคุดนาครบวรรัตน์ว่า #มังคุดแห่งปัญญา! ความคิดที่ว่า คือ ปณิธาน ๓ ประการ ของท่านอาจารย์พุทธทาสที่ฝากไว้

วิกฤตโควิด๑๙ น่าจะเป็นโอกาสที่นำมาขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม มีลำดับความคิดดังนี้

๑. วิกฤตโควิด๑๙ คือ ธรรมชาติที่มาเตือนอย่างแรงว่าโลกต้องเปลี่ยนใหญ่

๒. โลกเดิมที่ดำเนินมาประมาณ ๕๐๐ ปี ตั้งแต่ยุโรปค้นพบวิทยาศาสตร์ ได้นำมาสู่ความเจริญสมัยใหม่ แต่ก็เป็นความจริงที่นำโลกมาสู่การเสียสมดุลอย่างรุนแรงทุกมิติ ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ การเมืองและในตัวมนุษย์เอง อะไรที่เสียสมดุลย่อมวุ่นวาย ปั่นป่วน รุนแรง ไร้สันติภาวะ หรือสันติภาพ

๓. โลกใหม่หลังโควิดจึงน่าจะเป็นโลกที่เสียสมดุล ซึ่งเมื่อสมดุลก็จะสงบสุข หรือมีสันติภาวะ หรือสันติภาพ ฉะนั้นโลกหลังโควิด๑๙ จึงควรเป็นโลกของการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล ทั้งระหว่างคนกับคน และระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อม

๔. ศาสนาน่าจะเป็นพลังขับเคลื่อนการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลได้ดีที่สุด ในขณะที่ภาคเศรษฐกิจและการเมืองยังติดอยู่ในโครงสร้างวิธีคิดอำนาจและผลประโยชน์ ทุกศาสนาล้วนแต่สอนเรื่องการอยู่ร่วมกัน ไม่มีเลยที่สอนว่าเธอจงไปแข่งขันกันอย่างเสรี ที่ผ่านมาโลกขับเคลื่อนด้วยอกุศลมูล คือ โลภะ โทสะ โมหะ

๕. หัวใจของศาสนาทุกศาสนา คือ การอยู่ร่วมกัน (Living Together) เราอาจตีความปณิธานข้อที่ ๑ ของท่านอาจารย์ว่า ขอให้ศาสนิกของแต่ละศาสนาเข้าถึงหัวใจของศาสนาของตนๆ ว่าคือข้อนี้

๖. ปณิธานข้อที่ ๒ ขอให้มีความร่วมมือระหว่างศาสนา ปณิธานข้อที่ ๓ ขอให้มนุษย์ถอนตัวออกจากวัตถุนิยม วัตถุนิยมบริโภคนิยมคือหัวใจของอารยธรรมตะวันตกที่ล่มสลายด้วยโควิด ถอนตัวจากวัตถุนิยมไปสู่ธรรมนิยม ธรรมนิยมก็คือการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล โดยลดละ ตัวกู-ของกู

๗. ถ้าหอจดหมายเหตุพุทธทาสจะริเริ่มจัดประชุม “ความร่วมมือระหว่างศาสนาเพื่อสันติภาพโลกหลังโควิด๑๙” โดยเชิญ ฮินดู – พุทธ - คริสต์ - อิสลาม – ซิกข์ เป็นการเริ่มแรกจะดีไหม

๘. เรื่องนี้จะสอดคล้องกับพระราชดำรัสของในหลวง ร.๙ ที่ว่า “ประเทศไทยเหมาะแก่การที่นานาประเทศจะมาคุยกันเรื่องสันติภาพ”

๙. โดยประวัติศาสตร์ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ศาสนาต่างๆ ที่ตีกันอย่างรุนแรงที่อื่น เมื่อมาอยู่ในประเทศไทยกลับอยู่เคียงข้างกันด้วยความสงบ ประเทศไทยจึงมีทุนเรื่องสันติภาพในทางศาสนา

๑๐. ฉะนั้น ถ้าเสนอว่าความร่วมมือระหว่างศาสนาคือพลังในการสร้างโลกสันติภาพหลังโควิด๑๙  น่าจะโดนใจศาสนิกของศาสนาต่างๆ

๑๑. ที่ผ่านมายังมองเรื่องสันติภาพ รวมทั้งการให้รางวัลโนเบลสันติภาพตื้นเกินไป แค่ไม่ตีกันหรือหยุดรบกัน เมื่อตื้นจึงไม่ได้ผล ผลคือโลกไร้สันติภาพจนวิกฤตและโควิดมา สันติภาพต้องเกิดจากการเปลี่ยนจิตสำนึก และเปลี่ยนวิถีชีวิตจากการเอาอย่างอื่นเป็นตัวตั้ง เช่น การค้าเสรี การสร้างความมั่งคั่ง ประสิทธิภาพ มาเป็นเอาการอยู่ร่วมกัน(Living Together)เป็นตัวตั้ง ทุกศาสนาล้วนสอน Living Together และลดตัวตน อันเป็นไปเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล

๑๒. Unit ของการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลคือชุมชน ชุมชนที่มีการพัฒนาอย่างบูรณาการ ที่ เศรษฐกิจ - จิตใจ - สังคม - สิ่งแวดล้อม - วัฒนธรรม - สุขภาพ - การศึกษา – ประชาธิปไตย ทั้ง ๘ มิติ เชื่อมโยงอยู่ในกันและกัน เป็นสังคมที่สมดุลและสันติสุข ชุมชนขนาดเล็ก จึงควรเป็นอิฐบล็อก(Building block)ของสังคมที่ใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ หรือชุมชนขนาดใหญ่ จนถึงชุมชนโลก ซึ่งก็คือโลกสันติภาพ

๑๓. เวทีความร่วมมือระหว่างศาสนาเพื่อสันติภาพ อาจจัดในพื้นที่ต่างๆ และมีศาสนาอื่นๆ เข้าร่วมมากขึ้น อาจเป็นทางแก้ปัญหาความรุนแรงใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้ด้วยก็ได้ เพราะคนมุสลิมย่อมเกิดความภูมิใจที่ศาสนาอิสลามมีบทบาทร่วมกับศาสนาต่างๆ ในการสร้างสันติภาพโลก โลกอิสลามมีประชากรกว่า ๑,๕๐๐ ล้านคน เป็นพลังเพื่อสันติภาพที่สำคัญ พูดถึงตรงนี้ก็นึกถึง ดร.ชัยวัฒน์ สถาอานันท์ ที่เป็นมุสลิมด้วย นักวิชาการสันติภาพด้วย

๑๔. Forum of Inter Religion for Peace อาจมีคำประกาศหรือ Declaration จะเรียกว่า Bangkok Declaration หรืออะไรก็ตาม ถ้าร่างให้ดีๆ ก็จะเป็น Peace Message ไปสู่โลก และให้ความหวังแก่ชาวโลกที่หมดหวัง ประดุจ “หงายของที่คว่ำ” - อุตตานีกะโรติ

๑๕. จึงเขียนมาปรึกษาบัญชาและคณะ รวมทั้งท่านสันติกโรด้วย ว่าเห็นอย่างไร ชื่อท่านสันติกโร ก็เข้ากับเรื่องสันติภาพ พอดี!

รัก

ประเวศ วะสี

#ความตายนั้นไม่มี ... ๕ สนทนาสุดท้ายกับอาจารย์หมอประเวศ (๑๑ มกรา ๖๙ ๐๘๒๕ น.)

หลังจากท่านอาจารย์หมอประเวศฟื้นจากการป่วยใหญ่ในปี ๒๕๖๗ จึงมีการนัดเข้าไปกราบเยี่ยมสนทนารวมทั้งกินอาหารกับอาจารย์ มีอาจารย์หมอวิจารณ์ พานิช อาจารย์หมอปรีดา มาลาสิทธิ์ และพี่หมอสมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ ตกลงกันว่าจะเดือนละครั้งโดยผมนั้นไปด้วยได้ไม่ทุกครั้ง เพราะอยู่นครเป็นหลัก แต่ก็พยายามขึ้นไปให้ได้ เมื่อเดือน เมษายน กรกฎาคม สิงหาคม และ ๒ ครั้งสุดท้าย ๑๑ และ ๒๔ พฤศจิกายน ๖๘ มีหัวข้อการสนทนา ๕ เรื่องหลัก ๆ

๑) สุขภาพของอาจารย์ ที่จิตแจ่มใสเบิกบานเสมอ คุยกันแบบสุด ๆ และสนุกรื่นเริง โดยผมนี้เป็นตัวนำเรื่อง นั้น ๆ นี้ ๆ มีหัวเราะเฮฮาฮ้าไฮ้กันเป็นระยะ ๆ จนบางทีก็รู้สึกเกรงใจคนไข้ แต่ที่สำคัญคือคนไข้ก็เป็นคนแหย่และยิ้มหัวกับพวกเราด้วย ส่วนเรื่องทางกายมีความร่วงโรยเป็นธรรมดา อาจารย์ทานน้อย แต่ก็กินกันอย่างเพลิดเพลิน ที่สำคัญคือท่านอาจารย์จันทพงษ์และคณะ ดูแลอาจารย์อย่างดีเยี่ยม

๒) เรื่องบ้านเรื่องเมืองเป็นอีกเรื่องที่อาจารย์ติดตามและยกขึ้นมาคุยกันเสมอ ถึงคนนั้นคนนี้ เรื่องนั้นเรื่องนี้ ที่หลายเรื่องผมรู้ไม่เท่าท่านที่ไปร่วมด้วย

๓) เรื่องวิทยาการด้านสุขภาพและการพัฒนาชีวิตจิตสังคม อาจารย์ยังติดตามอ่านหนังสือโดยเฉพาะงานวิชาอย่างเหลือเชื่อ มีความรู้ใหม่ ๆ บอกเล่าไม่รู้จบ

๔) เรื่องศาสนาและสันติสุขของโลกและผู้คน นี้อาจารย์ย้ำไว้มาก ทั้งที่ทำกันที่ หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ - สวนโมกข์กรุงเทพ และที่กำชับกำชาให้พวกเราโดยเฉพาะผมทำต่อไป

๕) เรื่องกุ๊ก ๆ กิ๊ก ๆ ของคนนั้นคนนี้ ตั้งแต่พระเจ้า ครูอาจารย์ หมอเหมอ รวมทั้งตัวอาจารย์ ยาวมาถึงพวกเราและผม อาจารย์จำอะไรได้แม่นมาก ตั้งแต่โน้นจนถึงแม้เร็ว ๆ นี้ จำได้ถึงแม่และน้าพา รวมทั้งเจ้าคุณสุธีรัตนบัณฑิตแห่งพี่น้องพงษ์พานิช ที่มีพ่อชื่อสุธีแม่ชื่อรัตนา หรือที่ปีโน้นท่านอาจารย์โทรหาผมตอนกำลังอยู่กับท่านเจ้าคุณมหาวีรยุทธแห่งวัดไทยพุทธคยาที่อาคารสหประชาชาติในงานสัมมนาสัมมาวาท ที่นายกรัฐมนตรีอินเดีย นเรนทรา โมดี้ ริเริ่ม แล้วผมให้ได้คุยกันทางสาย อาจารย์ก็จำได้และบอกให้สานงานนี้ต่อไว้ให้ได้ อาจารย์จำได้แม้กระทั่งที่ชวนอาจารย์ไปเที่ยวคีรีวง กับชวนไปดูลูกปัดที่คลองท่อม กับยังชวนไปลงเรือหางยาวตอนกลางคืนเพื่อไปเยี่ยมชาวบ้านที่เกาะมุก นั่งท้ายรถกะบะ ขึ้นซาเล้งกันล้งเล้ง ฯลฯ ท้ายที่สุด เมื่อวันที่ ๒๔ พฤษจิกาที่เพิ่งผ่าน ครั้งนั้นผมสามารถต่อสายให้อาจารย์กับอาจารย์โพธิ์ได้คุยกัน ยังจำคำทักและคำลาของสองอาจารย์ได้อยู่เลยครับว่า " ... สวัสดีครับ/สวัสดีคุณหมอ ... จริง ๆ แล้ว ความตายนั้นไม่มี ... "

อาจารย์ครับ ที่อาจารย์ฝากไว้ พวกเรายังไม่เลิกนะครับ ส่วนว่าจะได้เป็นมรรคเป็นผลสักเพียงไหนนั้น ชั่วชีวิตของผมไม่มีทางทำได้ไม่เท่าที่อาจารย์ทำและอาจไม่ได้ทั้งหมด แต่พวกเราก็ยังพยายามกันครับ

บัญชา พงษ์พานิช ๑๓ เมษายน ๒๕๖๙

หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ และ บวรนคร นครศรีธรรมราช

๑๖ พฤษภา ๖๙ ๒๑๕๐ น.

บ้านท่าวัง สะพานควาย กทม.

https://www.facebook.com/photo/?fbid=2104441950450916&set=pcb.2104442220450889

1605031160503216050331605034160503516050361605037