20260624_5 ๕ จารึกลึกเลย เมื่อเช้าฟังลูกพระยาพหล เย็นนี้อ่านนี้ครับ On24June
๕ จารึกลึกเลย
เมื่อเช้าฟังลูกพระยาพหล เย็นนี้อ่านนี้ครับ
On24June
(20260624_5 เพื่อแผ่นดินเกิด)
ก่อนผ่านวันนี้ที ๒๔ มิถุนา อ่านนี้กันครับผม ...
ขอบคุณ Phermsak Chariamphan ครับผม
ถ้อยความปรักปรำในประกาศคณะราษฎรฉบับที่ 1
.
ทุก ๆ ปีเมื่อเวียนมาถึงวาระ 24 มิถุนายน ประกาศคณะราษฎรฉบับที่ 1 ซึ่งขึ้นต้นว่า "ราษฎรทั้งหลาย..." มักถูกนำมาอ่านซ้ำอยู่เสมอ แต่หากต้องการจะรำลึกประวัติศาสตร์เพื่อการเรียนรู้อย่างรอบด้าน ก็ไม่ควรอ่านเพียงประกาศวันที่ 24 มิถุนายน โดยไม่พิจารณาถึงเอกสารที่เกี่ยวข้องอีกชุดหนึ่งที่ตามมาในปีเดียวกัน
.
เอกสารชุดนั้นคือบันทึกการเข้าเฝ้าฯ วันที่ 30 มิถุนายน 2475 และคำกราบบังคมทูลขอขมาของคณะราษฎรในวันที่ 7 ธันวาคม ปีเดียวกัน ที่มีการยอมรับว่าที่ทำลงไปก็ “ด้วยมุ่งถึงผลสำเร็จทันทีทันใดเป็นใหญ่”
.
จากความในประกาศคณะราษฎร ฉบับที่ 1 ส่วนหนึ่งว่า
.
“...ราษฎรทั้งหลาย เมื่อกษัตริย์องค์นี้ได้ครองราชย์สมบัติสืบต่อจากพระเชษฐานั้น ในชั้นต้นราษฎรบางคนได้หวังกันว่ากษัตริย์องค์ใหม่นี้จะปกครองราษฎรให้ร่มเย็น แต่การณ์ก็หาได้เป็นไปตามที่คิดหวังกันไม่ กษัตริย์คงทรงอำนาจอยู่เหนือกฎหมายเดิม
.
ทรงแต่งตั้งญาติวงศ์และคนสอพลอไร้คุณความรู้ให้ดำรงตำแหน่งที่สำคัญๆ ไม่ทรงฟังเสียงราษฎร ปล่อยให้ข้าราชการใช้อำนาจหน้าที่ในทางทุจริต มีการรับสินบนในการก่อสร้างและการซื้อของใช้ในราชการ หากำไรในการเปลี่ยนเงิน ผลาญเงินของประเทศ ยกพวกเจ้าขึ้นให้สิทธิพิเศษมากกว่าราษฎร กดขี่ข่มเหงราษฎร ปกครองโดยขาดหลักวิชา ปล่อยให้บ้านเมืองเป็นไปตามยถากรรม...
.
...ราษฎรทั้งหลายพึงรู้เถิดว่า ประเทศเรานี้เป็นของราษฎร ไม่ใช่ของกษัตริย์ตามที่เขาหลอกลวง บรรพบุรุษของราษฎรเป็นผู้ช่วยกันกู้ให้ประเทศเป็นอิสรภาพพ้นมือจากข้าศึก พวกเจ้ามีแต่ชุบมือเปิบและกวาดทรัพย์สมบัติเข้าไว้ตั้งหลายร้อยล้าน เงินเหล่านี้เอามาจากไหน? ก็เอามาจากราษฎรเพราะวิธีทำนาบนหลังคนนั้นเอง..."
.
ต่อมาในวันที่ 30 มิถุนายน 2475 เจ้าพระยามหิธร (ลออ ไกรฤกษ์) ได้บันทึกการเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ ของคณะราษฎร ไว้มีความตอนหนึ่งว่า
.
“…ในประกาศของคณราษฎรที่กล่าวหาว่า พระองค์แต่งตั้งคนสอพลอนั้น ไม่จริง ได้ทรงปลดคนที่โกงออกก็มาก แต่ลำพังพระองค์ ๆ เดียว จะเที่ยวจับคนโกงให้หมดเมืองอย่างไรได้ แม้คณนี้ก็คอยดูไป คงจะได้พบคนโกงเหมือนกัน
.
ทรงเชื่อว่า พระราชวงศ์ทุกพระองค์ได้ตั้งพระทัยช่วยราชการโดยจริง ที่ว่าเอาราษฎรเป็นทาษ หรือว่าหลอกลวง ก็ไม่จริง และเป็นการเสียหายอย่างยิ่ง แต่อาจจะเป็นได้ว่าได้ปฏิบัติการช้าไป
.
ที่ว่าราษฎรช่วยกันกู้ประเทศนั้นก็เป็นความจริง แต่พระราชวงศ์จักรีเป็นผู้นำ และผู้นำนั้นสำคัญ เสียใจที่ได้ทิ้งเสียไม่กล่าวถึงพระคุณควบไปด้วย เป็นการเท่ากับด่าถึงบรรพบุรุษ เพราะฉะนั้น เสียใจมาก.
.
เมื่อได้เห็นประกาศ ไม่อยากจะรับเป็นกษัตริย์ แต่โดยความรู้สึกดั่งกล่าวมาข้างต้นว่า เทวดาสั่งเพื่อจะให้เปลี่ยนแปลงการปกครองโดยราบคาบ จึ่งจะทรงอยู่ไปจนรัฐบาลใหม่เป็นปึกแผ่น เมื่อถึงเวลานั้นแล้ว จะทรงลาออกจากกษัตริย์
.
เมื่อเขียนประกาศ ทำไมไม่นึก เมื่อจะอาศัยกัน ทำไมไม่พูดให้ดีกว่านั้น และเมื่อพูดดังนั้นแล้ว ทำไมไม่เปลี่ยนเป็น Republic เสียทีเดียว ไม่ทรงทราบใครเป็นผู้เขียนประกาศนั้น แต่ทรงคิดว่า หลวงประดิษฐมนูธรรมเป็นผู้เขียน
.
จึ่งทรงต่อว่า การเขียนประกาศ กับการที่ทำของคณราษฎร เปรียบเหมือนเอาผ้ามาจะทำของ แล้วเอามาเหยียบย่ำเสียให้เปรอะเปื้อน แล้วเอามาชักขึ้นเป็นธง จะเป็นเกียรติยศงดงามแก่ชาติหรือ จึ่งทรงรู้สึกว่า จะรับเป็นกษัตริย์ต่อไปไม่ควร..."
.
ต่อมาในวันที่ 7 ธันวาคม 2475 คณะราษฎรได้เข้าเฝ้าเพื่อกราบบังคมทูลขอพระราชทานอภัยโทษ มีเนื้อความว่า
.
“ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม
.
การที่พวกข้าพุทธเจ้าได้ประกาศกล่าวข้อความในวันเปลี่ยนแปลงด้วยถ้อยความรุนแรง กระทบกระเทือนถึงใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทและพระบรมวงศานุวงศ์ ก็ด้วยมุ่งถึงผลสำเร็จทันทีทันใดเป็นใหญ่
.
สมเด็จพระมหากษัตริย์ตราธิราชในพระราชวงศ์จักรีตลอดจนพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์ ได้ทรงมีส่วนนำความเจริญมาสู่ประเทศสยามตามกาลสมัย บัดนี้ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พวกข้าพระพุทธเจ้ามาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท
.
ข้าพระพุทธเจ้าทั้งหลายจึงขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสนี้กราบบังคมทูลขอพระราชทานอภัยโทษอีกครั้งหนึ่งเป็นคำรบสองในถ้อยที่ได้ประกาศไป”
.
พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ ทรงมีพระราชดำรัสตอบว่า
.
“ข้าพเจ้าขอขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอย่างยิ่ง ในการที่ได้มาทำพิธีขอขมาต่อตัวข้าพเจ้าและพระราชวงศ์จักรีในวันนี้ การกระทำของท่านในวันนี้ทำให้รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่ยินดีที่ท่านมาขอขมาตัวข้าพเจ้าโดยเฉพาะ เพราะข้าพเจ้าเองก็ให้อภัยโทษแก่ท่านทั้งหลายมานานแล้ว เพราะเข้าใจในความประสงค์ของท่านดี
.
ท่านกระทำการในคราวนี้ก็เพื่อหวังประโยชน์ต่อชาติจริง ๆ ข้าพเจ้าได้ตั้งใจช่วยเหลือให้ท่านทำการงานสำเร็จเรียบร้อยอย่างดีที่สุดที่จะเป็นไปได้โดยที่ข้าพเจ้ามีความเห็นใจในความคิดของท่าน
.
ข้อที่ข้าพเจ้าดีใจมากนั้น คือในคำขอขมานั้น ท่านได้กล่าวถึงสมเด็จพระมหากษัตริย์และเจ้านายในราชวงศ์จักรีว่าได้ทรงมีส่วนในการนำความเจริญมาสู่ประเทศสยามด้วยหลายพระองค์ด้วยกัน ซึ่งเป็นความจริง”
.
#ประวัติศาสตร์เพื่อการเรียนรู้
๒๔ มิถุนา ๖๙ ๒๐๑๐ น
บ้านท่าวัง สะพานควาย กทม.
https://www.facebook.com/photo/?fbid=2138745270353917&set=pcb.2138745447020566


