Skip to main content

facebook search

หลักธรรม หลักฐานพุทธศาสนา รอยลูกปัด หลักฐานสุวรรณภูมิ ถิ่นธรรมเมืองนคร และ เที่ยวมีเรื่องกับหมอบัญชา
26 September 2026

20260925_11 อ่านแล้วอิ่มเอมใจ VeryFullfil

อ่านแล้วอิ่มเอมใจ

VeryFullfil

(20260925_11 เพื่อแผ่นดินเกิด)

แล้วนี้ก็เป็นนี้ งานวิชาการที่ได้รับการตีพิมพ์

ตั้งแต่ อ. Sirikorn Maneerin แห่ง #สถาบันช่างศิลป์ท้องถิ่น ในธัชชา อว.

หารือเรื่องงาน ช่างศิลป์ถิ่นนคร

โดยปีแรกเราทำได้ระดับหนึ่งโดย อ.มรภ.นศ. ที่สุดท้ายไม่เรียบร้อย

ติดต่ออะไรไม่ได้ เกือบเสียหายใหญ่

ผมต้องตามชำระเงินด้วยเงินส่วนตัวไปไม่น้อย

พอปี ๒ ก็ยังไม่อยากถอดใจ ชวน Pairote Nualnoom มาทำต่อ

ในนาม Touch Nakhon ธัชนคร 

จนออกมาเป็นหลายสัมฤทธิ์ผล รวมทั้งหนังสือเล่มก็มีแล้ว

มาตะกี้ มีนี้ตีพิมพ์วิชาการด้วย ... อวยสิครับ

ชวนอ่านบทความใหม่:

Reviving Sacred Metalwork: Co-Production and the Market Failure of Intangible Heritage in Southern Thailand

การฟื้นคืนโลหะกรรมศักดิ์สิทธิ์: การผลิตร่วมและความล้มเหลวของตลาดในมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของภาคใต้ประเทศไทย

วารสาร Heritage

https://www.mdpi.com/2571-9408/9/10/388

-------------------------------------------------------------------

บทคัดย่อ:

     ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มรดกภูมิปัญญาช่างศิลป์กำลังสูญหายไปเมื่อผู้ประกอบวิชาชีพสูงวัยเกษียณอายุลงโดยปราศจากผู้สืบทอด แม้ว่าคุณค่าทางสังคม จิตวิญญาณ และอัตลักษณ์ที่ศิลป์เหล่านี้บรรจุอยู่นั้น จะมีมูลค่าสูงเกินกว่าที่กลไกตลาดเพียงลำพังจะรักษาไว้ได้ก็ตาม บทความนี้พัฒนาและทดสอบกรอบการตัดสินใจแบบพหุภาคีสำหรับการพิจารณาว่างานช่างที่ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงประเภทใดสมควรได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐมากที่สุด โดยอาศัยการวินิจฉัยความล้มเหลวของตลาด ควบคู่ไปกับการยึดโยงกับความเป็นจริงของชุมชนมรดกวัฒนธรรม คณะผู้วิจัยได้ประยุกต์ใช้กระบวนการวิเคราะห์เชิงลำดับชั้น (Analytic Hierarchy Process) ร่วมกับผู้ประเมินผู้เชี่ยวชาญ 4 ท่าน เพื่อจัดลำดับความสำคัญของงานช่าง 11 ประเภทในจังหวัดนครศรีธรรมราช ประเทศไทย ผลการศึกษาพบว่าเครื่องพุทธบูชาโลหะ ซึ่งเชื่อมโยงกับวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO เมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 อันเป็นแหล่งมรดกโลกแห่งแรกของภาคใต้ประเทศไทย ได้รับการจัดลำดับเป็นอันดับสูงสุด จากนั้นคณะผู้วิจัยได้ทดสอบมาตรการแทรกแซงเชิงการผลิตร่วม โดยวางบทบาทของทีมวิจัยเป็นผู้อำนวยความสะดวก (facilitator) แทนที่จะเป็นผู้ให้บริการ (provider) พบผลลัพธ์ที่ได้น่าประทับใจอย่างยิ่ง คือ มีผู้บริจาคจำนวน 216 คนจากทั่วประเทศไทยและต่างประเทศ ได้ร่วมสมทบทุนภาคเอกชนเป็นจำนวน 909,999 บาท เมื่อเทียบกับทุนสนับสนุนโครงการเพียง 107,000 บาท และร้อยละ 61 ของผู้บริจาคมาจากนอกจังหวัดนครศรีธรรมราช ผลการวิจัยเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่า มรดกภูมิปัญญาที่ตกอยู่ในภาวะเสี่ยงสามารถบรรจุอุปสงค์แฝง (latent demand) จำนวนมากที่กลไกตลาดไม่สามารถจับได้ และการผลิตร่วมนับเป็นแนวทางที่มีศักยภาพในการระดมทรัพยากรจากชุมชน พร้อมทั้งลดการพึ่งพาเงินอุดหนุนจากภาครัฐลง

---------------------------------------

บทความนี้เกี่ยวกับอะไร:

   * ศึกษาวิธี ช่วยฟื้นฟูงานช่างศิลป์ท้องถิ่นที่กำลังจะหายไป ในนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะที่ไม่มีตลาดรองรับเพียงพอ

   * ใช้กระบวนการวิเคราะห์ Analytic Hierarchy Process (AHP) กับผู้เชี่ยวชาญ 4 ท่าน เพื่อจัดลำดับความสำคัญของงานช่าง 11 ประเภท

   * ทดสอบแนวคิดผ่าน "การผลิตร่วม" (Co-Production) — ทีมวิจัยเป็นผู้อำนวยความสะดวก ไม่ใช่ผู้ให้โดยตรง

.

ผลการวิจัยที่น่าตื่นเต้น:

   * เครื่องพุทธบูชาโลหะ เป็นงานช่างที่ควรได้รับการฟื้นฟูอันดับ 1 (คะแนน 15.1%)

   * ผู้เชี่ยวชาญเลือกงานที่ ตลาดล้มเหลว ไม่ใช่งานที่ขายได้ดีอยู่แล้ว

   * ผลลัพธ์ยังคงเป็นอันดับ 1 ในทุก scenario ที่ทดสอบ

.

สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุด:

   * ระดมทุนได้ 909,999 บาท จากภาคเอกชน ต่อ 107,000 บาท ของงบโครงการ — อัตราส่วน 8.5 : 1

   * 216 ผู้บริจาค ให้การสนับสนุนโดยไม่มีการโฆษณาทางการค้า

   * 61% ของผู้บริจาคมาจากนอกจังหวัด — พิสูจน์ว่าคนไทยทั่วประเทศเห็นคุณค่าของมรดกที่ตนไม่ได้ใช้เอง

   * ผลิตวัตถุพิธี 4 ชิ้น รวมถึง กระดิ่งสำริด 210 ใบ ที่เคยติดตั้งรอบพระบรมธาตุเจดีย์นครศรีธรรมราชเมื่อ 139 ปี แต่ชำรุด ร่วงและหล่นสูญหาย

.

ทำไมงานวิจัยนี้จึงสำคัญ:

   * เสนอ กรอบการตัดสินใจใหม่ สำหรับการจัดสรรงบประมาณอนุรักษ์ที่มีจำกัด

   * แสดงว่า มรดกวัฒนธรรมสามารถระดมทุนได้ด้วยตนเอง หากออกแบบกลไกให้ถูกต้อง — ไม่ต้องพึ่งพางบรัฐเพียงลำพัง

   * ให้ หลักฐานเชิงประจักษ์ ของคุณค่านอกการใช้งาน (non-use value) ที่นักเศรษฐศาสตร์วัฒนธรรมพูดถึงมานาน แต่ไม่ค่อยได้พบในสนามจริง

   * สอดคล้องกับบริบทเวลา เพราะวัดพระมหาธาตุเพิ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก UNESCO เมื่อ 25 กรกฎาคม 2026

.

บทเรียนที่สามารถนำไปใช้ต่อ:

   * ใช้ การกำหนดกรอบทางความหมาย (framing) ที่สอดคล้องกับความเชื่อของชุมชน — ในกรณีนี้คือ "สาธารณกุศลศิลป์"

   * ให้ สถาบันในชุมชน ทำหน้าที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้บริจาคกับช่างฝีมือ

   * ออกแบบให้มี หลายระดับการมีส่วนร่วม ตั้งแต่กระดิ่งใบละ 3,000 บาท ไปจนถึงเครื่องพุทธบูชามูลค่ากว่า 100,000 บาท

------------------------------------------------------------

กิตติกรรมประกาศ

คณะผู้วิจัยขอขอบพระคุณ ดร.สิริกร มณีรินทร์ Sirikorn Maneerin และนายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช Bunchar Pongpanich ที่ให้คำปรึกษาแนะนำตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ คณะผู้วิจัยรู้สึกซาบซึ้งเป็นพิเศษต่อคุณสุรเชษฐ์ แก้วสกุล Surachet Keawsakun สำหรับความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านเครื่องพุทธบูชา บทบาทในการออกแบบกระดิ่งสำริด และข้อมูลเชิงลึกอันสำคัญยิ่งที่ได้มอบให้ในกระบวนการคิดค้นและผลิต ตลอดจนพระครูเหมเจติยาภิบาล โสพิทร์ แซ่ภู่ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ผู้ริเริ่มดำริในการจัดสร้างระฆังสำริดขึ้นใหม่เพื่อประดิษฐานรอบพระบรมธาตุเจดีย์ ทดแทนระฆังโบราณที่ชำรุดเสียหายหรือสูญหายไป

คณะผู้วิจัยขอขอบพระคุณ บวรนคร (นครศรีธรรมราช) ภายใต้การนำของนายแพทย์บัญชา พงษ์พานิช ที่กรุณาประสานงานหลักในกิจกรรมการระดมทุนจากผู้บริจาค การประสานงานกับช่างฝีมือ และการจัดส่งเครื่องพุทธบูชา รวมถึงการอนุญาตให้ใช้ข้อมูลการมีส่วนร่วมของผู้บริจาคในรูปแบบข้อมูลรวมเพื่อประโยชน์ในการวิจัย

คณะผู้วิจัยขอขอบพระคุณ วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร ที่ให้การสนับสนุนการวิจัย ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราชและสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ได้บูรณาการเครื่องพุทธบูชาที่แล้วเสร็จเข้าสู่การประกอบพิธีทางวัฒนธรรมของจังหวัด รวมถึง ผู้เชี่ยวชาญที่ร่วมให้ข้อมูลและช่างศิลป์ระดับครูของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ได้อุทิศเวลาและฝีมือให้แก่โครงการ ตลอดจน ผู้บริจาคทุกท่าน ที่ได้ร่วมสนับสนุนจนกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องของการผลิตร่วมสำเร็จลุล่วง

๒๕ กย.๖๙ ๒๓๐๐ น

บบท.มนศ.

250900111