20261014_4 ปฏิญญากระบี่ ของสำนักข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ OHCHR Krabi Declaration Oct 14,2026
ปฏิญญากระบี่ ของสำนักข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
OHCHR Krabi Declaration Oct 14,2026
(20261014_4 เพื่อแผ่นดินเกิด)
คือว่าเป็นไปตามปัจจยการ ที่ไป ๆ มา ๆ
วันที่ ๑๔ ตุลา ปีนี้ กลายเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมวงเสวนาและประกาศปฏิญญานี้ที่กระบี่
ว่าด้วยสิทธิมนุษยชนสากลที่ว่าด้วยการเจริญจิตภาวนา เมตตากรุณา และการเป็นอยู่ที่ดีโดยรวม
ของสำนักงานข้าหลวงใหญ่แห่งสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิมนุษยชน
โดยผมนี้ ถูกชวนมาก็เพราะตามรอยลูกปัด
ที่มีส่วนมากในการคลี่ประวัติศาสตร์ทั้งสุวรรณภูมิและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
รวมทั้งตะโกลาที่คลองท่อมก็ด้วย
แต่ที่มากกว่าคืองานนี้เกี่ยวกับอีกสามเรื่องสำคัญ
โดยเฉพาะเรื่องการเจริญจิตภาวนา เมตตากรุณา การเป็นอยู่ที่ดี
รวมถึงสิทธิมนุษยชน
แล้ววันที่ ๑๔ ตุลาด้วย !!!
ลองอ่านปฏิญากระบี่นี้ที่ประกาศกันวันนี้ครับ
I. บริบท (Context)
การประชุมนานาชาติ United & Present ครั้งที่ 2 ว่าด้วยการปฏิบัติเพื่อการใคร่ครวญ ความเมตตากรุณา และสุขภาวะร่วมกัน (The 2nd United & Present International Gathering on Contemplative Practices, Compassion and Collective Well-Being) จัดขึ้นโดยสำนักงาน #ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (Office of the United Nations High Commissioner for Human Rights: OHCHR) ร่วมกับสถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 (Bodhigaya Vijjalaya 980 Institute: BGVI) และ Dharma Alliance ณ จังหวัดกระบี่ ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 12–14 ตุลาคม 2569
โดยระลึกถึง #มติสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ที่ 79/137 ซึ่งประกาศให้มี #วันสมาธิโลก (World Meditation Day) โดยตระหนักว่าการทำสมาธิเป็นการปฏิบัติที่มีลักษณะสากล ปรากฏอยู่ในวัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีต่าง ๆ ในทุกภูมิภาคของโลก และยอมรับถึงคุณูปการของการทำสมาธิต่อสุขภาพและสุขภาวะของมนุษย์
โดยยินดีต่อการเปิดตัวพันธมิตรระดับโลกเพื่อสิทธิมนุษยชน (Global Alliance for Human Rights) โดยข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ เมื่อเดือนมิถุนายน 2569 ซึ่งมีเป้าหมายในการเชื่อมโยงผู้มีบทบาทหลากหลายจากภูมิภาค ภาคส่วน และช่วงวัยต่าง ๆ เพื่อเสริมสร้างการสนทนา ความร่วมมือ และการดำเนินการร่วมกันด้านสิทธิมนุษยชน
โดยรับทราบรายงาน United & Present ประจำปี 2568 เรื่อง The Universality of Meditation (ความเป็นสากลของการทำสมาธิ) และรายงานประจำปี 2569 ที่อยู่ระหว่างการจัดทำ เรื่อง Meditation, Compassion and Collective Well-Being (การทำสมาธิ ความเมตตากรุณา และสุขภาวะร่วมกัน)
โดยตระหนักถึงความหลากหลายของการปฏิบัติเพื่อการใคร่ครวญ ซึ่งปรากฏอยู่ในบริบททางจิตวิญญาณ ศาสนา ปรัชญา ชนพื้นเมือง วัฒนธรรม และบริบททางโลกวิสัยที่ไม่ยึดโยงกับศาสนา ตลอดจนคุณูปการที่การปฏิบัติเหล่านี้อาจมีต่อสุขภาวะของปัจเจกบุคคลและส่วนรวม
โดยยืนยันว่า ความเป็นสากลของการทำสมาธิมิได้หมายถึงความเป็นแบบเดียวกันทั้งหมด หากแต่ความมั่งคั่งของการทำสมาธิในฐานะมรดกร่วมของมนุษยชาติอยู่ที่ความหลากหลายของขนบธรรมเนียมและประเพณีที่มีการปฏิบัติจริง โดยแต่ละประเพณีอาจมีความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติเพื่อการใคร่ครวญในมิติทางปรัชญา จริยธรรม และชุมชนที่เป็นลักษณะเฉพาะของตนเอง
โดยยอมรับองค์ความรู้ ประสบการณ์ และมุมมองจากขนบธรรมเนียมการปฏิบัติเพื่อการใคร่ครวญ ชนพื้นเมือง นักวิจัย ผู้ปฏิบัติ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ
โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความเมตตากรุณา ความเข้าใจซึ่งกันและกัน การสนทนา และการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
โดยตระหนักถึงคุณค่าของการสนทนา การวิจัย และความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง เพื่อศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณูปการของการปฏิบัติเพื่อการใคร่ครวญและความเมตตากรุณาที่มีต่อสุขภาวะของปัจเจกบุคคลและส่วนรวม
II. ข้อสรุปและข้อเสนอแนะ (Conclusions and Recommendations)
ผู้เข้าร่วมการจัดทำปฏิญญากระบี่ได้เสนอข้อสรุปและข้อเสนอแนะดังต่อไปนี้
ข้อ 1. การยืนยันคุณค่าของ #วันสมาธิโลก
ยืนยันคุณค่าของวันสมาธิโลก (World Meditation Day) ในฐานะกรอบการดำเนินงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมความตระหนักรู้ การสนทนา และความร่วมมือเกี่ยวกับการทำสมาธิและการปฏิบัติเพื่อการใคร่ครวญ โดยเคารพความหลากหลายของขนบธรรมเนียม แนวทาง และบริบทที่มีการทำความเข้าใจและปฏิบัติสมาธิ พร้อมทั้งตระหนักว่าความหลากหลายดังกล่าวเป็นแหล่งที่มาของความลุ่มลึกและความมั่งคั่งทางองค์ความรู้ในการแสวงหาความเข้าใจร่วมกัน
ข้อ 2. #การส่งเสริมการสนทนา อย่างครอบคลุมและเปิดกว้าง
ส่งเสริมการสนทนาอย่างครอบคลุมและเปิดกว้างระหว่างผู้แทนจากขนบธรรมเนียมการปฏิบัติเพื่อการใคร่ครวญและภูมิปัญญาต่าง ๆ ผู้ทรงภูมิปัญญาชนพื้นเมือง นักวิจัย ผู้ปฏิบัติที่ไม่ยึดโยงกับศาสนา และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ
โดยตระหนักถึงคุณูปการของมุมมองและประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับความเมตตากรุณา ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสุขภาวะร่วมกัน
ข้อ 3. #การนำการปฏิบัติเพื่อการใคร่ครวญและความเมตตากรุณามาสนับสนุนงานด้านสิทธิมนุษยชน
ตระหนักถึงศักยภาพของการปฏิบัติเพื่อการใคร่ครวญและความเมตตากรุณาในการสนับสนุนงานด้านสิทธิมนุษยชน รวมถึงการส่งเสริมขีดความสามารถในการรับฟังอย่างตั้งใจ ความเข้าอกเข้าใจผู้อื่น การสนทนา การใคร่ครวญทางจริยธรรม และการเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ข้อ 4. #การส่งเสริมการวิจัยและการสนทนาเกี่ยวกับสมาธิและสุขภาวะร่วมกัน
ส่งเสริมการวิจัยและการสนทนาเพิ่มเติมเกี่ยวกับคุณูปการของการทำสมาธิและการปฏิบัติเพื่อการใคร่ครวญต่อสุขภาวะของปัจเจกบุคคลและส่วนรวม
รวมถึงการศึกษาศักยภาพของการปฏิบัติเหล่านี้ในการบ่มเพาะความเมตตากรุณา เสริมสร้างความสัมพันธ์ ส่งเสริมความเข้าใจซึ่งกันและกัน และสนับสนุนการสร้างสังคมที่เปิดกว้าง ครอบคลุม และมีสันติภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ โดยอาศัยองค์ความรู้ การวิจัย และประสบการณ์จริงจากแหล่งที่หลากหลาย
ข้อ 5. #การส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้
ส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้อย่างต่อเนื่องระหว่างผู้แทนจากขนบธรรมเนียมการปฏิบัติเพื่อการใคร่ครวญ สถาบันการศึกษาและวิจัย ผู้ปฏิบัติงานด้านสิทธิมนุษยชน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
โดยมุ่งสนับสนุนการเรียนรู้แบบสหวิทยาการ และศึกษาความเกี่ยวข้องเชิงปฏิบัติของแนวทางและประสบการณ์ที่แตกต่างกัน เพื่อนำไปสู่การประยุกต์ใช้ที่เหมาะสม
ข้อ 6. #การพัฒนาทรัพยากรและโอกาสในการปฏิบัติที่ทุกคนเข้าถึงได้
สนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรและโอกาสในการปฏิบัติที่สามารถเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง รวมถึงการดำเนินงานผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล United & Present (United & Present Digital Hub)
โดยนำเสนอแนวทางการปฏิบัติที่หลากหลาย เพื่อให้บุคคลและสถาบันต่าง ๆ สามารถศึกษาและเลือกใช้ได้ตามความต้องการ ความสนใจ และบริบทของตนเอง
ข้อ 7. #การส่งเสริมการมีร่วมอย่างมีความหมายของชุมชนที่หลากหลาย
ส่งเสริมการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายของชุมชนและกลุ่มบุคคลที่มีมุมมองหลากหลาย รวมถึงชนพื้นเมือง เยาวชน และผู้แทนจากขนบธรรมเนียมและชุมชนต่าง ๆ จากภูมิภาคทั่วโลก
ข้อ 8. #การสานต่อความร่วมมือ ภายใต้โครงการ United & Present
ส่งเสริมความร่วมมืออย่างต่อเนื่องภายใต้โครงการ United & Present โดยนำผลการสนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่เกิดขึ้นในการประชุม ณ จังหวัดกระบี่ มาใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดทำรายงานประจำปี 2569 ตลอดจนการวิจัยในอนาคต การสร้างความร่วมมือระหว่างภาคส่วนต่าง ๆ และการดำเนินกิจกรรมเชิงปฏิบัติ
ทั้งนี้ เพื่อศึกษาคุณูปการของการทำสมาธิและความเมตตากรุณาที่มีต่อสุขภาวะร่วมกัน รวมถึงการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
การแสดงความขอบคุณ
ผู้เข้าร่วมการประชุมขอแสดงความขอบคุณต่อสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) สถาบันโพธิคยาวิชชาลัย 980 (BGVI) และ Dharma Alliance ที่ร่วมกันจัดการประชุมครั้งนี้
พร้อมทั้งขอขอบคุณผู้เข้าร่วมทุกท่านสำหรับการมีส่วนร่วมและการสนับสนุนกระบวนการสนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นตลอดการประชุม
จังหวัดกระบี่ ประเทศไทย
วันที่ 14 ตุลาคม 2569
๑๔ ตุลา ๖๙ ๒๑๓๐ น
เขาพนม - ทุ่งใหญ่
https://www.facebook.com/photo/?fbid=2239032020325241&set=pcb.2239032756991834




