20261018_1 ช่างเถิดหมี ที่ว่า ข้าไม่เถียง ... ท่านปานกับท่านร่ม ... อย่าหยำขี้ LetItBe ...
ช่างเถิดหมี ที่ว่า ข้าไม่เถียง ... ท่านปานกับท่านร่ม ... อย่าหยำขี้
LetItBe ...
(20261018_1 เพื่อแผ่นดินเกิด)
เมื่อวันบังสุกุลส่งตายายที่วัดจันวันก่อน แขกเฉลิมศักดิ์ @Numkhing Sukjaroen ที่พบกันคราวก่อนบอกว่ามีหนังสือมาฝาก
ได้เอาหนังสือมามอบให้หลายเล่มรวมทั้งเล่มนี้
เช้านี้ได้อ่านอีกครั้ง เป็นประวัติ #ท่านปาน ผู้สร้างปรากฏการณ์สำคัญที่พระธาตุนคร
เคยมีคนกล่าวว่าลือเลื่องไม่แพ้ครูบาศรีวิชัยที่ล้านนา เพียงแต่ว่าจบคนละแบบ
เล่มนี้ท่านเจ้าคุณใหญ่ฯ สมปอง พิมพ์เมื่อปี ๒๕๕๐ จากเหตุการณ์เมื่อปี ๒๔๓๗
เรียบเรียงโดย ส.ณ.นคร ป. เมื่อปี ๒๕๑๗ จากคำบอกเล่าของท่านปลัดเลี่ยม วัดเพชรจริก ซึ่งมรณภาพเมื่อ พ.ศ.๒๕๑๒
บทความเป็นเชิงพรรณนา มีบทสนทนาสลับ กับยกคำประพันธ์ของท่านปลัดเลี่ยมมาแทรกเป็นระยะ ๆ น่าอ่านมาก
โดยสรุปคือท่านปานเป็นลูกของนายเกิด จอมโจรแห่งเมืองพัทลุงที่ถูกจับตัวส่งมาเมืองนครแล้วกลายเป็นคนรับใช้ประจำเรือนเจ้าเมืองนครที่เอาการเอางานมรรยาทเรียบร้อยจนเจ้าเมืองยกนางส้มคนใช้ในบ้านให้เป็นเมีย มีลูกสองคนคือนางเสากับนายปานที่ฝากตัวอยู่กับเจ้าเมืองจนเข้าทำงานประจำบ้านพระเสนีย์นฤเบศ ตามไปช่วยงานพระนครแล้วขอบวชอยู่วัดโพธิ์ จน ๒ พรรษา อายุ ๓๗ (ปี ๒๔๓๓) มีนิมิตตาปะขาวและพราหมณ์ชรา ๓ คน มาอาราธนานิมนต์ให้ไป #ซ่อมพระธาตุ ที่ชำรุดทรุดโทรมมาก จึงออกเดินทางด้วยเท้าแบบธุดงค์ระยะทาง ๒ เดือน เดินถึงได้ภายใน ๗ วันด้วยเรื่องเล่าเป็นปาฏิหาริย์มากมาย ถึง #วัดสอ ลานสกาก่อนเข้าพรรษา ๑ วัน จนออกพรรษาจึงเข้าถึงเมืองนครแบบปาฏิหาริย์ เข้าพำนัก #วัดเพชรจริก ก่อนที่จะเข้าไปพำนักในลานวัดพระธาตุเพื่อเริ่มการบูรณะ ท่ามกลางคำกล่าวว่าท่านบ้าวิกลจริต จนออกมาเป็นปรากฏการณ์ที่เล่าขานสืบมา ขนาด #ท่านเจ้าคุณม่วง #เจ้าพระยายมราช รวมทั้ง #กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ต้องลงมาตรวจการณ์และนำไปกราบทูลรายงานรัชกาลที่ ๕
งานนี้ ลงเอยด้วยเรื่องของสีกา นามคุณหญิงลำเจียก บุตรพระยาตะกั่วป่า ผู้เป็นอุปัฏฐากและรับธุระการซ่อม จนเกิดเสียงซุบซิบตามมา จนต่อมาเมื่อศรัทธาของท่านปานเสื่อมคลาย ท่านจึงลาสิกขาบท มี #ท่านร่ม พระภิกษุจากเมืองปีหระมาเลเซีย ที่มาร่วมซ่อมพระธาตุพร้อมกับตุงกูพระยาแขกและนางชีขาว ที่อยู่ปฏิบัติท่านปานรับภาระกับพระธาตุแทนแล้วก็หายสาบสูญเข้ากลีบเมฆพร้อมกับนางชีที่ว่ากันว่าตอนนั้นแม่ชีตั้งท้องมีครรภ์กับท่านร่มแล้วประมาณ ๕ เดือน จนเกิดเป็นคำกล่าวให้ระมัดระวังในเมืองนครว่า "#อย่าหยำขี้ท่านร่ม" ส่วนท่านปานนั้น รัชกาลที่ ๕ พระราชทานหม่อมแขให้เป็นภรรยา พร้อมมีราชสารถึงเทศาภิบาลเมืองนครว่า "... จงจัดสรรที่ดินให้นายปาน ๑ แปลง กว้างยาวพอสมควร ใกล้ ๆ วัดพระธาตุ แล้วปลูกเรือนชั้นเดียวให้ ๓ หลัง เบิกเงินคลังมาก่อสร้าง ให้เงินเดือนนายปาน ๘๐ บาท หม่อมแข ๓๐ บาท รวม ๒ คน เดือนละ ๑๑๐ บาท แจ่งตั้งให้เป็นข้าราชการประจำ ทำงานในพระธาตุตำแหน่งผู้จัดการตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ..." โดยบทความระบุว่าบ้านท่านปานอยู่ที่หน้าวัดพระลาน ทิดปานนับเป็นผู้จัดการวัดพระธาตุคนแรก ก่อนการสถาปนาวัดพระบรมธาตุเมืองนครเป็นพระอารามหลวงในสมัยรัชกาลที่ ๖ โดยอีก ๔ ปีต่อมาทิดปานก็ถึงแก่มรณกรรม อายุราว ๔๕ ปี ปลูกโรงเมรุพระราชทานเพลิงศพที่สวนดอกไม้ด้านทิศใต้ของพระวิหารหลวง สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพเสด็จทรงเป็นประธาน
พอดีนี้กำลังจะออกพรรษา #เพ็ญภาวนา ๒๖ ตุลาคมนี้ พอดีมหาปวารณา
ว่าจะเอาไปอ่านให้ได้ฟังกันด้วยจะสนใจกันไหมครับ
๑๘ ตุลา ๖๙ ๐๙๕๕ น.
บบท.มนศ.
https://www.facebook.com/photo/?fbid=2242459146649195&set=pcb.2242490009979442







