20260312_1 #มหาสถูปแห่งอมราวดี อีกครั้งครับ MoreOn #AmaravatiMahaStupa
#มหาสถูปแห่งอมราวดี อีกครั้งครับ
MoreOn #AmaravatiMahaStupa
(20260312_1 การพระศาสนา)
ส่วนใหญ่แล้วในไทยเรานิยมยกให้มหาสถูปและศิลปะนี้
เป็นต้นแบบของ #พระพุทธศาสนาทวารวดี ในบ้านเรา
แถม #ท่านอาจารย์พุทธทาส ก็ได้ศึกษาและทำอะไรไว้ไม่น้อยต่อมหาสถูปนี้
ผมจึงตั้งใจมากที่จะให้ทั้งคณะได้พบเห็นและเรียนรู้นี้
โดยในอินเดียยกให้นี้เป็นอีกข้อเชื่อมต่อสำคัญของประวัติศาสตร์และพุทธศาสนาของอินเดียเขา
ขอสรุปส่งท้ายอีกนิดนะครับ ตามนี้ ...
๑) #มหาสถูปแห่งอมราวดี นี้ นับเป็นมหาสถูปพุทธที่ใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งในอินเดีย มีอายุสมัยต่อเนื่อง ๕ สมัยร่วม ๑๐๐๐ ปี ตั้งแต่ สมัย #พระเจ้าอโศก หลังพระเจ้าอโศก #สาตวาหนะ #อิกษวากุ และ #ปัลลวะแรกเริ่ม ก่อนที่จะถูกรื้อถอนเอาอิฐหินและวัสดุต่าง ๆ ไปก่อสร้างอาคารสถานอื่น ๆ เมื่อราว พศต.ที่ ๒๐ นี้เอง ก่อนที่จะเริ่มมีการศึกษาค้นคว้าโดย #เจ้าอาณานิคมอังกฤษ โดยที่ #อมราวดี มีเหลือแต่ฐาน กันส่วนหนึ่งที่จัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์ไว้ และที่จัดแสดงปัจจุบันมี ๒ แห่งสำคัญ คือที่ #เชนไน และ #บริติชมิวเซียม ในลอนดอน
๒) สถูปปัจจุบันมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๔๙.๓๐ เมตร สูง ๑.๕ เมตร หากวัดรอบรั้วเวทิกาผ่าศูนย์กลางได้ ๕๔ เมตร สามารถสันนิษฐานได้ว่าแต่เดิมน่าจะสูงกว่า ๒๐ เมตร คือกึ่งหนึ่งขององค์สถูปที่ประมาณว่าน่าจะมีเส้นผ่าศูนย์กลาง ๔๒ เมตร เฉพาะรั้วเวทิกายาวประมาณ ๘๐๐ ฟุต (๒๗๐ เมตร) มีเสารั้ว ๑๓๖ เสา ๓๔๘ คานรั้ว ส่วนองค์สถูปมีโครงสร้างเป็นอิฐขนาดใหญ่มาก คือ ๕๗ X ๒๘ X ๗.๖ ซม. มีแผ่นหินปูนแกะสลักประดับตกแต่ง เฉพาะที่องค์สถูป แผ่นหินขนาดสูง ๒.๓๒ เมตร มีมุขเสาไอยกะและซุ้มประตู ๔ ด้าน ฯลฯ นอกจากนี้มีการขุดค้นพบผอบพระธาตุและลูกปัดด้วยครับ
๓) งานแกะสลักตกแต่งมีความวิจิตรมาก มีหลายรูปสัญญลักษณ์เรื่องราว ทั้งพุทธประวัติ ชาดก รวมทั้งรูป #ตรีรัตนะ และเริ่มมีพระพุทธรูปแล้ว และว่ากันว่าเป็นต้นเค้าพระพุทธรูปที่ส่งต่อสู่ #เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะใน #ทวารวดี เนื่องจากอมราวดีตั้งอยู่บนลุ่มแม่น้ำ #กฤษณา ที่ต่อเนื่องกับลุ่มแม่น้ำ #โคธาวารี อันเป็นสองลุ่มน้ำสำคัญของอินเดียตะวันออกเฉียงใต้ที่เชื่อว่าเป็นฐานการเดินทางติดต่อกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในสมัยโบราณสืบมาตั้งแต่ลุ่มแม่น้ำคงคา กลิงคะ อมราวดี ปัลลวะ ทมิฬ รวมทั้งลังกาด้วย
นี้พอจะเติมภาพร่าง #ก่อนปัลลวะ ที่การเดินทางรอบนี้เราไปเริ่มกันที่ #กาญจีปุรัม
นครหลวงของปัลลวะ ที่กษัตริย์ท่านเปลี่ยนจากถือพุทธมารับพระศิวะครับ
ขอเชิญไล่ดูรูปกันอีกครั้งนะครับ ขอบคุณหลายคนที่ส่งภาพมาให้ โดยเฉพาะ Khamjiang Panitdee กับ Jirayunat Ajariyakajorn ครับผม
สำหรับท่านที่สนใจเจาะลึก เชิญไปเองได้สะดวกมากครับ
สำหรับที่ #เชนไน กับที่ #ลอนดอน เครื่องบินบินถึง
ส่วนที่ #อมราวดี ต้องเดินทางไกลต่อกว่าจะถึงลำบากไม่น้อย
อีก ๒ ที่ที่ควรไปคือ #สาญจี ที่ต้องเดินทางต่อด้วยรถเช่นกัน
แต่โดดเด่นเพราะยังเป็นสถูปสมบูรณ์พร้อมมากครับ
ส่วนที่ #ภารหุต นั้น ผมยังไปไม่ถึง เท่าที่ทราบแทบทั้งนั้นยกย้ายมาจัดแสดงอยู่ใน #IndianMuseum ที่ #โกลกัตตา
ซึ่งผมไปมาหลายครั้งแล้ว ก็น่าไปและสะดวกมาก
เขายกมาจัดตั้งเป็นซีกของสถูปในอาคารเลยครับ
๑๒ มีนา ๖๙ ๐๙๒๐ น.
บ้านบวรรัตน์ ท่าวัง เมืองนคร
https://www.facebook.com/photo/?fbid=2049780485917063&set=pcb.2049835729244872






