20260117_8 ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับอาจารย์ IAlsoWonder ...
ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันครับอาจารย์
IAlsoWonder ...
(20260117_8 รอยลูกปัด)
ในคำนิยมหนังสือ #รอยลูกปัด ที่ทางมติชนขอให้ อ ประเวศช่วยเขียน
ตอนหนึ่งอาจารย์เขียนว่า ...
คุณหมอบัญชาทุ่มเทกับเรื่องลูกปัดอย่างจริงจัง ทั้งรวบรวม ศึกษา ค้นคว้า ติดตาม จนผมไม่ทราบว่ายังจะมีคนไทยอื่นใดอีกไหมที่ทุ่มเทเอาจริงเอาจังกับเรื่องลูกปัดถึงขนาดนี้ ...
นึกถึงตอนที่มติชนโดยคุณเย็น Parnbua Boonparn
บอกว่ามติชนจะทำนั้น
มีบทนำไว้ว่า ...
"รอยลูกปัด" หรือ #BeyondBeads นับเป็นงานหนังสือที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับ #สำนักพิมพ์มติชน เนื่องด้วยพยานหลักฐานซึ่งคนทั่วไปมองว่าเป็นสิ่งละอันพันละน้อยไม่ค่อยสลักสำคัญ ในความเป็นจริงกลีบสะท้อนเรื่องราวอย่างลงลึกและกว้างไกลที่สุด คือเชื่อมโยงจากอดีตมาสู่ปัจจุบัน เกี่ยวพันกับแง่มุมอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นศิลปะ ศรัทธา อารยธรรม ไปกระทั่งถึงประวัติศาสตร์ เศรษฐกิจ และชีวิตคน จนแทบไม่น่าชื่อว่าเราสามารถศึกษาเรื่องราวนานัปการผ่านลูกปัดเม็ดเล็ก ๆ เหล่านี้ได้
ด้วยเหตุที่ลูกปัดมีขนาดจิ๋ว แถมอยู่กระจัดกระจายตามแหล่งโบราณคดีทั่วไป จึงกลายเป็นเรื่องยุ่งยากในการตามรอย รวบรวม และบันทึกอย่างเป็นระบบ ดังนั้น ข้อมูลความรู้ขั้นพื้นฐานเกี่ยวกับลูกปัดจึงไม่เคยเกิดขึ้นในสังคมไทย เนื้อหาส่วนใหญ่ที่มีอยู่ล้วนเน้นหนักไปทางเกร็ดตำนานความเชื่อมากกว่าที่จะเป็นข้อเท็จจริงจากการศึกษาค้นคว้า แม้จะมีเสียงร่ำลือมานานนับปีว่าคนนี้ คนนั้น คนโน้น กำลังเขียนหนังสือลูกปัดฉบีบใหม่ที่สามารถใช้อ้างอิงได้ในอนาคต แต่ครั้นเวลาผ่านไปก็ไม่เห็นสิ่งใดปรากฏ จึงเหลือแต่เพียงคำถามว่า "ใคร" จะกล้าทำหนังสือที่มีต้นทุนสูงในแทบทุกด้าน ไม่ใช่เฉพาะต้นทุนทางสินทรัพย์ หากรวมไปถึงต้นทุนทางเวลา สติปัญญา และการยอมรับนับถือจากสังคม
แล้ววันหนึ่งคุณหมอบัญชา พงษ์พานิช ก็ก้าวเข้ามาชวนให้ร่วมทำหนังสือเกี่ยวกับลูกปัดโบราณที่พบในภาคใต้ ทั้งที่รู้ว่าหนทางค่อนข้างวิบาก เพราะอาจเผชิญกับความคิดเห็นของนักวิชาการ เสียงค้านของกลุ่มอนุรักษ์หรือบางอย่างที่หนักกว่านั้น
สำนักพิมพ์มติชนตระหนักถึงความมุ่งมั่นของคุณหมอบัญชา พงษ์พานิช ที่ต้องการนำหลักฐานเหล่านี้เผยแพร่สู่สาธารณะเพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในสังคมไทย จึงไม่สนใจหากหนังสือจะถูกขนานนามเป็นประวัติศาสตร์เก็บตก หรือ โบราณคดีทางเลือก เนื่องจากมั่นใจในจุดยืนอันโปร่งใสของผู้เขียน และเหนือสิ่งอื่นใดคือควาทภาคภูมิใจในสมบัติของชาติ
นับเป็นโชคดีของประเทศไทยที่ยังมีลูกปัดโบราณจำนวนหนึ่งเหลือรอดมาถึงเราได้ในวันนี้ หลักฐานทางประวัติศาสตร์นับพันนับหมื่นเม็ด หลากหลายลักษณะ สีสันและรูปทรง เดินทางข้ามห้วงเวลามากว่าพันปีในสภาพเกือบสมบูรณ์ไม่สึกกร่อน เนื่องเพราะพื้นที่บริเวณภาคใต้ของไทยมีผืนดินและภูมิอากาศที่เหมาะสมเอื้อต่อการพิทักษ์รักษาลูกปัดให้คงอยู่ ในขณะที่ประเทศอื่น ๆ หลักฐานสำคัญเช่นนี้อาจเหลือน้อยหรือสูญสลายไปแล้วตามธรรมชาติ ดังนั้น ลูกปัดบางเม็ดที่ปรากฏอยู่ในหนังสือ รอยลูกปัด จึงมีความสำคัญไม่เฉพาะกับคนไทย แต่มีความสำคัญอยู่ในระดับโลก
สำนักพิมพ์มติชนเชื่อว่าหนังสือเล่มนี้จะช่วยเปิดโลกทัศน์ของหลานคนหลายฝ่ายให้เรียนรู้และร่วมมือกันในการรักษาไว้ซึ่งทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน
เพราะนี่คือกุญแจดอกสำคัญที่จะช่วยไขอดีตอันยิ่งใหญ่ เชื่อมความเข้าใจปัจจุบันและผลักดันให้เกิดสังคมแห่งความรู้ในอนาคต
วันนี้ที่ตึกแดง ผมผ่านพบสร้อยลูกปัดอินเดียแดงอเมริกานี้เข้า
แล้วเกิดคำถามขึ้นมาอีกว่า ...
ทำไมหลายรูปสัตว์ในนี้ ละม้ายคล้ายมากกับหลายลูกปัดรูปสัตว์ที่พบที่คอคอดกระ
แม้วัสดุจะต่าง ยุคสมัยก็ต่าง
พื้นที่กับผู้คนก็ต่างทั้งนั้น
มีอะไรอื่นที่ร่วมกันบ้างไหม ?
ตอนไปอเมริกาเมื่อ ๓๐ กว่าปีก่อนก็เคยพบเห็น
แต่ไม่ได้ตั้งคำถามอะไรมากเท่านี้
วันนี้ที่ตั้งใจไม่ซื้อหาอะไรแล้ว
ก็เลยได้ขอรับกลับมาไว้รอศึกษาเปรียบเทียบกันครับ
สุดท้ายก็เข้าข่ายที่ทั้ง อ ประเวศว่าไว้
รวมทั้งที่คุณเย็นก็ว่าเช่นกัน
#ทำอะไรก็ธรรม กันครับผม
๑๘ มกรา ๖๙ ๐๐๒๒ น
บ้านท่าวัง สะพานควาย กทม
https://www.facebook.com/photo/?fbid=2004663880428724&set=pcb.2004664420428670




