logo_new.jpg

ส่งอีกศิลปินแห่งชาติ สู่สวรรค์
พี่สุชาติ ทรัพย์สิน  หนึ่งในสุดยอดตำนานแห่งหนังตะลุงที่เมืองนคร

เมื่อสมัยเด็ก ๆ ด้วยความที่เป็นลูกหลานคนจีนในตลาดท่าวัง ผมจึงแทบไม่เคยดูหนังตะลุงโนราอย่างจริงจังเลย จนกลับมาเป็นหมอเมืองนคร แล้วเริ่มนาคร-บวรรัตน์

ทำงานด้านศิลปวัฒนธรรม วรรณกรรม การศึกษาและพัฒนาท้องถิ่น จึงได้สนใจตามลำดับ วันเปิดสวนฯ ๑ มิย.๒๘ ยังเชิญ ๒ ศิลปินที่ต่อมาเป็นศิลปินแห่งชาติมาร่วม

"ทอกเพลงบอก" เปิด คือ เพลงบอกเนตร ชลารัตน์ กับ เพลงบอกสร้อย เสียงเสนาะ ส่วนตรานาครที่เลือกใช้ตัว "นอโม" นั้นก็ขอ "ลุงเห้ง โสภาพงษ์" ช่างถมมือดีแห่งเมืองที่ต่อมาเป็นศิลปินแห่งชาติ ทำพานถมทองวางตรา "นอโม" ไว้ตรงกลาง ครั้งอังคาร กัลยาณพงศ์ ได้รับทั้งซีไรท์และศิลปินแห่งชาติ ได้ร่วมกันจัดงานคลาสสิค "รับอังคารกลับบ้านเกิด" แห่จนรอบเมือง แล้วชวนกัน "กินหมรับกับอังคาร" ที่เอาโคลง "วักทะเลเทใส่จาน รับประทานกับข้าวขาวฯ" ของท่านมานำเรื่องจนกลายเป็นอีกหนึ่งประเพณีเลี้ยงต้อนรับ "กินหมรับดับที่" ของเมือง เพิ่งจะจัดงาน "รับอังคารกลับบ้านเกิด" อีกรอบหลังการพระราชทานเพลิงศพและคณะญาตินำอัฐิอังคารมาบรรจุอยู่กับป้าขุ้มลุงเข็บที่ฐานเสมาวัดท่าโพธิ์ เมื่อปีที่แล้ว กับ "พี่ชาติ" หรือ "หนังสุชาติ ทรัพย์สิน" นั้น ดูเหมือนผมจะมีส่วนร่วมและผูกพันมากกว่าใคร

เริ่มจากที่ "พี่ชาติ" มีความเด่นโดดไม่เหมือนนายหนังคนไหนหลายประการ ในที่นี้ของยกเพียง ๓ ที่สุดของความเป็น "สุชาติ ทรัพย์สิน" แห่ง "ถนนศรีธรรมโศก" ที่ผมซูฮก หนึ่ง ฝีไม้ฝีมือและลูกเล่น "การแกะหนัง" เฉียบฉกาจมาก ทั้งแบบประเพณีนิยมและประยุกตวิธี ตั้งแต่การออกแบบ การแกะตัด การให้สี ฯ มีแม้การเว้นขนไว้ ดูได้สองด้านด้วยรสศิลปะที่แตกต่าง ในขณะที่ขนาดนั้นก็ทำทั้งแบบตัวหนัง รูปหนังประดับ ของที่ระลึกกระจุกกระจิก จนกระทั่งหนังใหญ่ทำจากวัวทั้งตัวที่สมัยนั้นใคร ๆ ก็ไม่ทำ จนทุกวันนี้ที่ไหน ๆ ใคร ๆ ก็พากันทำทั้งนั้น ซึ่งผมไม่เคยพบเห็นว่าใครมีฝีมือเทียบเท่า ภาพแนะนำการบินไทยไปเมืองนครเป็นรูปพระธาตุกับเรือบินมีเท่งทองฯ โบกมือต้อนรับ กับรูปพระพุทธเจ้าประทับใต้ต้นโพธิ์ยังติดตาผมอยู่ถึงทุกวันนี้ พี่ชาติเมตตาทำงานหนัง ๗ ชิ้นพิเศษให้พวกเรา คือ รูปตรา "นอโม" ในกรอบดอกไม้งดงามอ่อนช้อย ซึ่งต่อมาทำขายกันทั่วไป ใคร ๆ ก็ลอกเลียนแบบไป รูปหนัง "ต่อต้านยาเสพติด" สุดคลาสสิคที่แขวนอยู่ในนาครฯ ตลอด ๓๐ ปีที่ผ่านมา รูปเท่งกับทองขนาดเท่าตัวคนจริง สำหรับใช้เวลาไปออกงานหรือแห่แหนประเพณีพิธีต่าง ๆ นาน ๆ จึงจะนำออกมา ล่าสุดเมื่อสองปีก่อนตอนทำบุญ ๙๐ ปีแม่ พี่ชาติยังช่วยแกะ ๓ ตัวหนังสำคัญสำหรับพวกเราให้หนังบุญธรรมเอาไปเล่นในเรื่อง "ลูกสาวขุนบวร" ที่ รร. J W Mariott อีกด้วย สอง ลีลาการ "เล่นและพากย์หนัง" เชิงสาธิตแสดงไม่มีใครเทียบ พี่ชาติสามารถเลือกตัวและประกอบเรื่องเพื่อเล่นในกรอบเวลาที่ "นิมนต์" ได้แบบฉับพลันทันทีและไม่เคยมีใครผิดหวัง ได้รับรสทั้ง ๓ ครบ ทั้งความงดงามแห่งศิลปะหนังตะลุง ทั้งความรื่นรมย์สุนทรีย์ผ่านภาพลีลาท่าทางเรื่องราวและมุขที่สนุกสนานและแพรวพราว ที่สำคัญคือเนื้อหาที่กระชับรัดกุมเกาะตรงประเด็นต่อแต่ละผู้ชมแบบเจ็บ ๆ มัน ๆ มีเฮและฮา และนี้ที่ส่งให้พี่ชาติได้ชื่อว่า "หนังหน้าที่นั่ง" เมื่อท่านผู้ว่าเอนก สิทธิประศาสน์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของสวนฯ นาครฯ ด้วย เลือกเบิกตัวพี่ชาติไปแสดงถวายหน้าพระที่นั่งที่พระตำหนักทักษิณ จนติดตามกันไปทั่วแทบทุกที่และทุก ๆ งานจนแทบทั่วทั้งโลก ผมนั้นแบบว่ามีงานอะไรทั้งที่จัดเองจนกระทั่งใครมาขอให้จัดการ เป็นต้อง "เชิญพี่ชาติ" ทุกทีไป หลายคนเคยถามว่า แล้วไม่มีใครอื่นอีกหรือ ผมบอกว่ามีแต่ไม่เท่า ตอนทำบุญใหญ่ ๑๒๐ ปีขุนบวรและคุณยายช้อยที่บ้านบวรรัตน์ เมื่อปี ๒๕๕๓ ที่ผ่านมา ผมยังขอพี่ชาติรับงานด้วยการตั้งจอเล่นกันที่หัวบันได้บ้าน ในหัวเรื่อง "ขุนบวรกับเมืองนคร" ที่พี่ชาติรู้จักและคุ้นเคย อย่างออกรส "สุชาติ" เช่นเคย สาม ความเป็น "ยิ่งกว่านายหนัง" ของพี่ชาติน่าจะเป็นสิ่งสำคัญ อันที่จริงแล้ว หลังจากติดตามงาน "หนังตะลุง - โนรา" ของภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ผมเรียนรู้ว่านี้เป็นงานศิลปะชั้นสูงอย่างมาก และยากที่ใครจะทำได้ และยากยิ่งที่จะสืบสานต่อไปในโลกยุคหน้า หรือแม้แต่ในโลกหน้า เพราะว่าเฉพาะการเป็นนายหนัง (และโนรา) นั้น "คนเดียวเท่านั้น" ที่จะต้องวางโครงเรื่อง เลือกตัวหนัง เชิดหนังนับร้อยตัวอยู่หลังจอ พร้อมกับพากย์เรื่องหลายทำนองสำเนียงลีลาสลับกันไปจนจบ ตั้งแต่ค่ำจนเช้า นอกนั้นเป็นเพียงลูกมือ (หรือลูกคู่) เท่านั้น !!! แต่ที่ยิ่งกว่าของ "พี่ชาติ" คือ การยกระดับขึ้นเป็น "สำนัก" มีอาศรมแบบครบวงจร คือ มีสถานที่อยู่ ทำ สาธิตแสดงถึงขั้นพิธภัณฑ์มีชีวิต ในระดับที่ใครไม่มีทางทำได้เท่า มีครอบครัว คณะศิษย์เข้ามาฝากตัวขออยู่ด้วย ร่วมเรียนรู้ยกระดับพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ผมเองชอบแวะไปนั่ง ๆ นอน ๆ ปลีกวิเวก คุยกันแบบลูกหลานสบาย ๆ อยู่บ่อย ๆ เคยคิดจะฝากตัวเป็นศิษย์แต่โอกาสไม่อำนวยด้วยหลายงานการที่ประดังเข้ามา ทราบว่าพี่ชาติชราและสุขภาพไม่ใคร่สมบูรณ์ พบใคร ๆ ก็บอกกันว่าคราวอายุ ๘๐ ปี พี่ชาติที่จะถึง เราน่าจะได้ร่วมกันจัดงานใหญ่พิเศษกันสักครั้ง เมื่อวานนี้ อดีต ผอ.ททท.นศ. สุเทพ เกื้อสังข์ โทรบอกผมขณะอยู่ที่สวนพุทธธรรม สวนโมกข์กรุงเทพ ตกเย็นเสร็จสารพัดงาน ทราบแน่ชัดจากเพจของคุณหมอรังสิต ทองสมัคร์ และ ผอ.ททท.นภสร ค้าขาย ตะกี้นี้ไทยรัฐลงว่าตั้งร่างพี่ทำบุญอยู่ที่ศาลา ๑๐๐ ปี วัดพระธาตุ แต่ผมต้องไป Turkmenistan บ่ายนี้ กลับมาวันที่ ๑๕ จะรีบลงไปกราบพี่และน่าจะได้หารือกันครับว่า มีสิ่งใดให้มีส่วนร่วมส่งพี่สู่สวรรค์ได้บ้าง ระลึกถึงและนับถือพี่เสมอครับผม หมอบัญชา

๘ พย.๕๘

ปล.แม้ตอนทำตัวหนังรูปคุณตา แม่และน้า พี่ชาติยังฉายแสงปราชญ์ ทำเสื้อใส่ให้ขุนบวรสีเหลือง น้าพาสีส้ม ของแม่นั้นทำมาให้เลือกสองสี แดง กับ เขียว คล้ายกับทดสอบพวกเราว่ารู้ไหม แม่สีอะไร ? เราเอาเสื้อสีเขียวให้แม่ครับ พี่ชาติ.

 
รูปที่1
Joomla templates by a4joomla