logo_new.jpg

Let It Be at Mae Farewell (3)
วันที่สุด...ในการส่งแม่ ที่เป็นไปตามเหตุและปัจจัย
(bunchar.com บัญชาชีวิต 20160919_7)

แม่ครับ เมื่อวันเผาแม่นั้น นอกจากหนังสือเป็นธรรมบรรณาการที่เหนื่อยกันจนนาทีสุดท้ายแล้ว พวกเราเพียงเตรียมที่ไว้เท่านั้น ประมาณว่าตลอด ๙ วันที่ผ่านมา แขกน่าจะประมาณ ๘-๙๐๐ คน พอดีกับพื้นที่รอบเมรูและเก้าอี้ที่วัดจะจัดให้ได้ โดยขอให้ทางวัดช่วยเร่งรัดการซ่อมศาลาดำรงชัยธรรมหน้าเมรุให้ทัน จากที่เดิมนั้นท่านบอกว่าไม่ทันและไม่ได้ จนเสร็จจนได้ แล้วก็เครื่องเสียงที่เพียงพอเพื่อจะได้ฟังธรรมกถาหน้าเชิงตะกอนของท่านไพศาล ดอกไม้จันทน์นั้นก็ขอให้เพื่อนติ่งจัดมา ส่วนที่ประดับเมรุนั้น พี่เอ๊าะบอกว่าจะไม่ทำอะไรมาก แต่จะทำอะไรนั้นอย่าถาม ไว้ดูเอาเองพร้อม ๆ กันเลย

ผ้าไตร ก็เอาที่พระท่านนำมามอบให้ทั้งหมดขึ้นทอด พระผู้พิจารณาผ้าก็ค่อยดูว่าท่านใดจะมาบ้าง ส่วนผู้ทอดก็ค่อยดูว่าท่านใดมาและเหมาะควร เราเชิญเพียงท่านเดียวเท่านั้นเพื่อเป็นประธานการเผาแม่ คือน้าอำพล เสนาณรงค์ องคมนตรี ที่เรียกแม่ว่า "พี่หวิน" และถือเป็นญาติผู้ใหญ่ของพวกเราทั้งหลายโดยมีพี่แต้ว (พลโทหญิงกมลพร) ลูกอาลีย์ช่วยประสาน นอกนั้นไม่มีการเชิญหรือสอบถาม ท่านใดด้วยเกรงว่าจะเป็นการรบกวนให้ท่านลำบากใจจนต้องมา

ปรากฏว่าพอถึงเวลา ๖ โมงเย็น คนก็เต็มไปหมดแล้ว ท่านไพศาลขึ้นปรารภธรรมโดยไม่มีพิธีกรรมใด ๆ แขกข้างฝ่ายพระ มีท่านอาจารย์สุธรรม สุธัมฺโม เมตตามาจากสกลนคร เจ้าคุณปัญญาฯ เจ้าอาวาสวัดชลประทาน เจ้าคุณมงคลฯ เจ้าอาวาสวัดญาณฯ ท่านจ้อยที่ท่านอาจารย์โพธิ์ให้มาแทน ท่านบุญชูผู้ถ่ายรูปท่านอาจารย์พุทธทาส ท่านคัมภีรญาณวัดป่าสุญญตาราม ประจวบ รวมถึงท่านทศพร หนุ่มช่างกลที่บวชในสายอาจารย์มั่นที่โคราชแล้วไม่คิดสึกก็มาครับ

ในขณะที่แขกอื่น ดูได้ไม่ทั่วแม้จะเดินขอบคุณไปรอบหนึ่ง ที่แถวหน้าก็มี น้าอำพล คุณชายดิศนัดดา แล้วก็ อ.เสนาะ-คุณหญิงนงนุช อูนากูล ถัดมาเป็น อ.หมอประเวศ-อ.จันทพงษ์ ดร.ก็-วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าแบ็งค์ชาติ กับคุณเจริญ-คุณหญิงวรรณา ศิริวัฒนภักดี คุณหญิงน้อย-พี่นา คุณปีติพงษ์ พึ่งบุญ ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล อดีตผู้ว่าแบ็งค์ชาติ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะก็มาครับ เราให้พี่ตั้วเป็นคนเชิญผู้ทอดผ้าไตร เต้ยนิมนต์พระพิจารณาผ้า พี่ตั๋งกับต่อ เชิญผ้า พี่โตกับติ่งดูแลแขกและทั่วไป

ตอนเริ่มงาน แขกพากันสงสัยว่างานนี้ทำปริศนาธรรมอะไรที่เมรุ เพราะไม่มีดอกไม้ประดับตกแต่งอะไรเลย มีแต่ท่อนหยวกกล้วยพันใบตองวางไว้อย่างกะเขาวงกตจนบางคนคิดว่าเป็นค่ายกลการเข้าเมรุ ขณะที่ท่านไพศาลเริ่มปรารถธรรม คุณหญิงนงนุชถามเต้ยว่าคนที่เขากำลังยกกระทงมานั้นพวกไหน งานแม่ของเราไหม ? เต้ยตอบได้แต่ว่าน่าจะใช่ครับ จากนั้นคนฟังธรรมก็ฟังกันไป คนตื่นตาตื่นใจก็ตื่นกันไป

เราตกลงกันว่างานนี้ทำอย่างแต่ก่อนเก่า คือไม่มีพิธีกรรมหรือการประกาศอะไรทั้งนั้น พอท่านไพศาลจบ ก็เชิญท่าน อ.เสนาะ ถวายของท่าน แล้วพี่ตั้วก็เชิญ อ.ประเวศ, คุณชายดิศนัดดา, คุณเจริญ, คุณอภิสิทธิ์, ดร.ประสาร และ น้าอำพล ทอดผ้าตามลำดับ เต้ยนั้นนิมนต์ ท่านไพศาล, ท่านบุญชู, ท่านมหาสนธยา, ท่านจ้อย, ท่านคัมภีรญาณ และ ท่านสุธรรม จากนั้นก็เผานำโดยน้าอำพล ต่อด้วยพระแล้วก็แขกที่ใช้เวลานานมากเพราะทั้งต่อคิวขึ้นเมรุ แถมติดค่ายกลที่ตามเทียนอย่างงดงาม น้าอำพลบอกว่าจะกลับขึ้นไปหา "พี่พา" บนศาลาได้อย่างไร ? สุดท้ายทราบว่าขึ้นไปจนได้ครับ

ตอนเผาจริง เราตกลงว่าไม่ต้องเปิดหีบรบกวนแม่อีก โดยให้จบที่จั๋งกับตุ๋มในฐานะทายาทของพวกเราท้้งหลาย แล้วก็พระอาจารย์ทั้งหลายที่อยู่ร่วมเผาจริง สำหรับน้าพาที่ตลอดงานแม่เข้มแข็งมากอย่างที่พวกเราก็ชื่นชมจนหายห่วงนั้น ตอนเต้ยพยุงขึ้นบนเมรุ น้าพาก็อดน้ำมูกน้ำตาไหลไม่ได้จนต้องกอดประคองลงไปนั่งพัก หลายคนจึงพากันน้ำตาไหลไปด้วย ถึงอย่างไรน้าพาก็สุดยอดเลยครับแม่.

กว่าจะกลับถึงบ้านคืนนั้น ไปกินข้าวพร้อมหน้ากันที่บ้านพี่ตั้วก็สามทุ่มกว่า เต้ยชวนพี่โตพี่ตั๋งแวะไปดูน้อง ๆ ที่สวนโมกข์กรุงเทพ เพราะเพิ่งเก็บขนของเสร็จตอนสี่ทุ่มครับ.

ใคร ๆ ก็พากันชื่นชมงานแม่


แม่พอใจใช่ไหมครับ, รักแม่มากครับ.

๑๙ กย.๕๙

Joomla templates by a4joomla